แจกฟรีเว็บบอร์ดสำเร็จรูป www.meeboard.com




พุทธศาสนามหายานในประเทศไทย
กลับไปหน้าแรก

พุทธศาสนามหายานในประเทศไทย
             &n bsp;      “ แม้ลัทธิมหายานเสื่อมไปจากประเทศไทยเมื่อ พุทธศตวรรษที่ ๑๘ แต่ความเชื่อถือบางอย่างอันเนื่อง ด้วยคติมหายานหาได้พลอยศูนย์ไปไม่ เช่น การปรารถนาพุทธภูมิ การนับถือพระเจ้าแผ่นดินว่ามีสถานะเป็นพระ บรมโพธิสัตว์แบ่งภาคลงมาโปรดสัตว์ เป็นต้น ลัทธิมหายานได้เข้ามาตั้งมั่นในประเทศไทยอีกระยะหนึ่งโดยชาว พุทธญวนและจีนนำเข้ามา ในสมัยกรุงธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร์ มีเจ้านายเชื้อพระวงศ์และผู้คนบ่าวไพร่ อพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร และได้พาเอาลัทธิมหายานที่ตนนับถือเข้ามาด้วย และได้สร้างวัดมหายาน ขึ้นหลายวัด ครั้นลุถึงสมัยรัชกาลที่ ๕ มีพระจีนเข้ามาจากเมืองจีนรูปหนึ่งชื่ออาจารย์สกเห็ง มีกิตติคุณทางวิปัสสนาธุระ เป็นที่เลื่อมใสของชาวจีนตลอดจนชาวไทย ได้บอกบุญเรี่ยรายจากพุทธศาสนิกชนทั่วไปสร้างวัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน่ยยี่) ขึ้นที่กรุงเทพ นับเป็นวัดมหายานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในสมัยรัชกาลที่ ๔ ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานสมณศักดิ์แก่พระญวนและพระจีน ต่อมาในภาย หลังโปรดให้มีตำแหน่งฐานานุกรมขึ้นทั้ง ๒ ฝ่าย ลัทธิมหายานในประเทศไทยจึงมี ๒ นิกายคือ อนัมนิกายฝ่าย หนึ่ง กับจีนนิกายอีกฝ่ายหนึ่งตั้งแต่บัดนั้น ”

ลำดับเหตุการณ์

เมื่อประมาณ พ.ศ ๒๙๐ พุทธศาสนาได้แพร่ หลายจากประเทศอินเดียเข้าสู่แค้วนสุวรรณภูมิ ซึ่งชนชาติ ขอม มอญ ละว้า และไทยประมาณ พ.ศ.๑๒๐๐ สมัยศรีวิชัยพุทธศาสนา มหายานได้แพร่หลายจาก*สุมาตราเข้า สู่เมือง ไชยาทางภาคใต้แห่งประเทศไทย ทั้งนี้ได้ความจากประวัติศาสตร์และวัตถุที่ขุดได้ในเมืองไชยาประมาณ พ.ศ. ๑๔๐๐ สมัยลพบุรี พระพุทธศาสนานิกายมหายานหรือที่เรียกว่า อาจาริยวาท ได้แพร่ขยายเข้าสู่เมืองลพบุรี ทั้งนี้ได้ความจากศิลาจารึกที่ขุดได้ในเมืองลพบุรีประมาณ พ.ศ.๑๖๐๐ สมัยเชียงแสนพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทได้แพร่หลายเข้าสู่ดินแดนภาคเหนือของประเทศไทยป ระมาณ พ.ศ.๑๘๐๐ สมัยสุโขทัยสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชได้รับเอาพุทธศาสนา เถรวาทจากประเทศลังกาเข้าสู่แคว้นสุโขทัยเรียกว่าพุทธ ศาสนาลัทธิลังกาวงศ์และตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาประเทศไทยก็นับถือพระพุทธศาสนาเถรวาท เป็นศาสนาประจำชาติไทยตลอดเรื่อยมา พระปฐมเจดีย์ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปนั้น ตามหลักฐานระบุว่า สร้างโดยพระธรรมทูตของพระ เจ้าอโศกมหาราชแต่หลักฐานและวัตถุโบราณที่ขุดพบส่วนใหญ่จะบ่งบอกถึงความเคยรุ่งเรือง ของมหายานในบริเวณนั้น 

  ดังนั้นเป็นที่สันนิฐานได้ว่าทั้งเถรวาทและมหายานได้รุ่งเรืองในดินแดนแถบนี้มาก่อน ความสัมพันธ์ของชาว ไทยและจีนมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย จนถึงสมัยอยุธยาได้มีชาวจีนอพยพเข้าพึ่งพระบรมโพธิสมภารมากขึ้นแต่ยังไม่ปรากฏว่ามีว ัดทางฝ่ายมหายานและพระสงฆ์เกิดขึ้น แม้ว่าชาวจีนส่วนใหญ่จะนับถือพุทธศาสนามหายานและนับ ถือลัทธิขงจื้อควบคู่กัน จึงเข้าใจว่าชาวจีนในสมัยนั้นได้ใช้ศาลเจ้าประกอบพิธีตามลัทธิขงจื้อและใช้วัดไทยในก าร ประกอบพิธีทางพุทธศาสนาแม้ว่าจะเป็นคนละนิกายกันสมัยธนบุรีชาวญวนซึ่งเป็นพุทธฝ่ายมห ายานเช่นเดียวกับจีน และมีวัฒนธรรมคล้ายกันมากได้เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารญวนได้สร้างวัดฝ่ายมหายานขึ้น เป็นวัดแรกบนฝั่งตะวันออกของกรุงธนบุรี และเมื่อสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ ชาวญวนและจีนได้สร้างวัด

ฝ่ายมหายานขึ้นอีกหลายวัดทั้งในกรุงและนอกกรุงวัดจีนปรากฏในสมัยสมเด็จพระพุทธเจ้าหล วงรัชกาลที่ ๕ นี้เอง สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงพระราชทานสมณศักดิ์สงฆ์นิกายมหานยานเป็นครั้ง แรก สมณะศักดิ์ จีนรูปแรกคือ พระอาจารย์จีนวังสสมาธิวัตร(สกเห็ง) สมณะศักดิ์ญวนรูปแรกคือ พระครูคณา นัมสมณาจารย์ (องฮึง)อารามฝ่ายมหายานจีนแห่งแรก คือวัดย่งฮกยี่ ซี่งต่อมาได้รับ พระราชทานนามว่า วัดบำเพ็ญจีน พรต ต่อมาได้มีการสร้างวัดในฝ่ายมหายานที่สำคัญขึ้นอีก หลายวัด ดังเช่นวัดมังกรกมลาวาส วัดจีนประชาสโมสรสำนักสงฆ์อีกหลายแห่งในสมัยรัชกาลที่๕และมหายานฝ่ายจีนนิกายรุ่งเรื องสูงสุดในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลปัจจุบัน ในยุคของเจ้าคณะใหญ่สงฆ์จีนนิกายรูปที่ ๖ พระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตรฯ(โพธิ์แจ้งมหาเถระ) ได้มีการสร้างวัดอันเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติที่สำคัญขึ้นอีกหลายแห่ง เช่นวัดโพธิ์เย็น วัดเทพพุทธาราม วัดโพธิทัตตาราม วัดโพธิ์แมนคุณาราม ศูนย์กลางคณะสงฆ์จีนแห่งประเทศไทยเป็นต้น

นิกายมาหายานในประเทศไทย

 พุทธศาสนาฝ่ายมหายานในประเทศ ไทยมีอยู่สองนิกาย คือ อานัม นิกาย(ญวน)และจีนนิกาย ธรรมปฏิบัติของสงฆ์มหายานโดยเฉพาะสงฆ์จีนถือปฏิบัติในหลักนิกายลุกจง(นิกายวินัย) นิกายเซียมจง(นิกายวิปัสสนาหรือนิกายเซ็น) ควบกับนิกายเ*่ยนจง(นิกายเปิด) ซึ่งปฏิบัติทั่ว ไปในวัดจีนมหายาน นิกายและมีเฉพาะสังฆารามเดียวเท่านั้นที่มีการเพิ่มปฏิบัติในหลักนิกาย มิกจง(นิกายระหัสยานนิกายหนึ่งของวัชระยานทิเบต)เป็นพิเศษคือวัดโพธิ์เย็นตลาดลูกแก จังหวัดกาญจนบุรี ในยุคนี้ได้มีการแปลพระปาฏิโมกข์ฝ่ายมหายาน นิกายวินัยซึ่งถือเป็น ปาฏิโมกข์วินัยที่เคร่งครัดที่สุดเพื่อเป็นหลักปฏิบัติควบคู่กับพระไตรปิฎกและโพธิสั ตว์สิกขา ของพระสงฆ์มหายานจีนนิกาย

 


โดย วิสันต์ จันทมาศ วันที่ 30 มี.ค. 2555 : 2:43:40 PM น. IP : 101.108.113.230 แจ้งลบหัวข้อกระทู้
พบภาพ เนื้อหาไม่เหมาะสม กดแจ้งที่นี่  


แสดงความคิดเห็น
จาก
E-mail
รูปภาพประกอบ

คุณไม่ใช่สมาชิก ไม่สามารถแนบไฟล์ได้ สมัครสมาชิก | ล็อกอินเข้าระบบ
รูปภาพ (.jpg,.jpeg,.gif,.png) ขนาดไม่เกิน 150 Kb อื่นๆ (.pdf) ขนาดไม่เกิน 150 Kb
รายละเอียด
Security Code
ต้องการรูปภาพอื่น

หากคุณเปิดกระทู้หลายหน้า ควรคลิก "ต้องการรูปภาพอื่น" อีกครั้ง




แจกฟรีเว็บบอร์ดสำเร็จรูป www.meeboard.com