แจกฟรีเว็บบอร์ดสำเร็จรูป www.meeboard.com




ความแตกต่างระหว่างมหายานกับเถรวาท
กลับไปหน้าแรก
พุทธศาสนาฝ่ายมหายานกับฝ่ายเถรวาท ต่างเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า จุดมุ่งหมายสูงสุดของสองนิกายนี้มีอยุ่ร่วมกันคือ วิมุตติ ความหลุดพ้น จะมีข้อแตกต่างเพียงนิกายว่า จะตีความตามพระธรรมวินัยอย่างไร และเมื่อนำสารัตถะของนิกายมหายานกับหินยานมาเปรียบเทียบกันดู เราก็จะได้รับประโยชน์ทางปัญญาดังนี้คือ ๑. เถรวาท ( หินยาน ) ยึดมั่นอยู่ในธรรมวินัยอันเป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าตามแบบเดิมตั้งแต่ครั้งปฐมสัง คายนา ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ยกพระธรรมวินัยไว้ในฐานะอันสูงส่งและศักดิสิทธิ์ แม้พระไตรปิฎกก็ไม่เปลี่ยนแปลง คงรักษาของเดิมซึ่งเป็นภาษามคธเอาไว้เป็นหลักเป็นธรรมนูญของพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท ใครจะแปลเป็นภาษาอะไรก็แปลไป แต่ไม่ทิ้งของเดิมคงรักษาของเดิมภาษามคธเป็นหลักมหายานเป็นพวกก้าวหน้าและเปลี่ยนแปล ง มองพระพุทธพจน์ในแง่ปรัชญา วิพากษ์วิจารณ์ความหมายพระพุทธพจน์ไปในแง่ต่าง ๆ ตามความคิดของบุคคลแต่ละบุคคล ปรับปรุงธรรมวินัยไปตามกาละเทศะ เพื่อความเหมาะสมแก่ประชาชนและสิ่งแวดล้อม เพื่อประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา มีการแปลพระไตรปิฎกเป็นภาษาจีน แล้วใช้ต้นฉบับนั้นเป็นหลัก ๒. เถรวาทตั้งพระพุทธพจน์เป็นแกนกลาง แล้วดึงบุคคลให้เข้าหาพระพุทธพจน์ โดยอ้างเหตุผลเป็นเครื่องจูงใจมหายาน ตั้งบุคคลเป็นแกนกลางคำนึงถึงสติปัญญาความคิดความรู้และความสามารถของบุคคลเป็นเกณฑ์ แทนที่จะปรับบุคคลให้เข้าหาพระพุทธพจน์ แต่ปรับพระพุทธพจน์เข้าหาบุคคล เพื่อประโยชน์แก่การเผยแพร่พระพุทธศาสนา ผ่อนปรนจนบางนิกายอนุมัติให้พระสงฆ์มีครอบครัวได้ เพื่อประโยชน์ทางการเผยแพร่ ๓. เถรวาทตั้งเป้าหมายและวิธีพื่อบรรลุเป้าหมายไว้สูงและยาก ต้องอาศัยความตั้งใจจริง ๆจึงจะกล้าดำเนินการตามเป้าหมายและบรรลุตรงเป้าหมายนั้น ทำให้สามัญชนโดยทั่วไปมองพระพุทธศาสนาในสิ่งสูงสุดยากที่จะเข้าถึงมหายาน ตั้งเป้าหมายไว้ง่าย ๆ โดยใช้หลักจิตวิทยาชั้นสูงจูงใจคนคือ ปรับพระพุทธพจน์ให้เข้ากับบุคคล ให้คนทั่วไปมีความรู้สึกว่าพุทธภาวะนั้นอยู่แค่เอื้อม เพราะมีอยู่ในทุกคนแล้ว ดังนั้นบุคคลทุกเพศทุกวัยก็อาจบรรลุพุทธธรรมได้โดยไม่ต้องอาศัยวิธีที่ยากมากหรือการ ปฏิบัติมากนัก ๔.เถรวาทมุ่งที่ปัจเจกภาพหรือคุณภาพเฉพาะบุคคล คือ เริ่มที่ตนแล้วจึงไปหาผู้อื่น หมายถึงว่าเถรวาทถือคุณภาพเป็นสำคัญมหายาน ถือ ปริมาณเป็นสำคัญ โดยมุ่งเอาปริมาณไว้ก่อน เพราะถือว่า คุณภาพย่อมเกิดจากปริมาณโดยตั้งสมมติฐานไว้ว่า ในจำนวนผู้เศึกษา หรือใฝ่ใจในการปฏิบัติธรรมเป็นจำนวนมากนั้น ย่อมจะมีอยู่จำนวนหนึ่งที่เข้าถึงพุทธธรรมและย่อมรู้แจ้งเห็นจริงในพุทธธรรมเองได้ ๕. เกี่ยวกับอุดมคติในการดำเนินงาน การเผยแพร่เถรวาทมุ่งที่ตนเองก่อน คือตนเองต้องรู้ก่อนแล้วจึงสอนจึงช่วยผู้อื่น มิฉะนั้นจะนำอะไรไปช่วยเขาเมื่อตนเองยังไม่มีอะไร ยังไม่รู้อะไรมหายาน วางอุดมคติจูงใจไว้ก่อนว่าต้องบำเพ็ญตนเพื่อผู้อื่นก่อน เพื่อตนเองทีหลัง มีปณิธานว่าจะช่วยขนสัตว์ให้พ้นโอฆสงสารบรรลุะรรมจนหมดสิ้นก่อนจึงขอบรรลุธรรมเป็นคน สุดท้าย ๖. ศูนย์กลางของการนับถือพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทนั้นยึดมั่นอยู่กับพระสงฆ์ พระสงฆ์เป็นผู้รักษาแบบแผนทำให้พุทธศาสนิกชนเข้าใจว่า การจรรโลงพระพุทธศาสนานั้นเป็นเรื่องของพระสงฆ์ พระสงฆ์เป็นผู้นำ พุทธบริษัทอื่นเป็นผู้ตามมหายาน ศูนย์กลางของการนับถือพระพุทธศาสนามิได้อยู่เฉพาะในวงการคณะสงฆ์เท่านั้น ผู้สอนพยายามหลีกเลี่ยงและเบนความสนใจมิให้ติดอยู่ที่พระสงฆ์ เพื่อทำให้พุทธศาสนิกชนเข้าใจว่าคนทุกคนมีส่วนจรรโลงพระพุทธศาสนาดังจะเห็นได้ว่า พระโพธิสัตว์ของฝ่ายมหายานจะมีทั้งบรรพชิต ทั้งคฤหัสถ์ ช่วยกันประกาศพระพุทธศาสนา ๗. เถรวาท ถือเรื่องอริยสัจน์เป็นสำคัญ มหายานถือเรื่องบารมีเป็นสำคัญ เพื่อความเป็นพระโพธิสัตว์ ๘. เถรวาท มีพระพุทธเจ้าพระองค์เดียว คือ พระสมณโคดม หรือ พระศากยมุนี ( ที่กล่าวว่ามีพระพุทธเจ้ามากพระองค์และติดมาในพระไตรปิฎกนั้น ท่านผู้รู้ทั้งบรรพชิตทั้งคฤหัสถ์ว่าติดมาจากคติของมหายาน )มหายาน ถือว่ามีมาก ประดุจเม็ดกรวดทรายในมหาสมุทร ( เพื่อจูงใจให้คนพอใจปรารถนาเป็นพระโพธิสัตว์ ให้เห็นว่า ไม่ยากจนเกินไปจนน่าท้อ ) บางนิกายแสดงว่ามีพระพุทธเจ้าองค์ดั้งเดิมคือ อาทิพุทธ ( ดุจปราตมันของพราหมณ์ ) เมื่อ อาทิพุทธพุทธเจริญญาณ เกิดเป็น ฌานิพุทธ คือพระพุทธเจ้าเกิดจากฌานของอาทิพุทธอีกเป็นอันมาก เช่น พระไวโรจนพุทธะ อักโขภยพุทธะอโฆสิทธิพุทธะ รัตนสัมภวพุทธะ ไภสัชชคุรุพุทธะ อมิตตาภาพุทธะ เป็นต้น เฉพาะ อมิตตาภะพุทธะนี้ เมื่อเป็นมานุสสีพุทธ คือเป็นพระพุทธเจ้าในร่างมนุษย์ ( อวตาร ) ก็คือ พระศรีศากยมุนีพุทธนั่นเอง ๙. เถรวาท มีความมุ่งหมายเพื่อบำเพ็ญอัตตัตถาจริยา คือ ประโยชน์ส่วนตน ญาตัตถจริยาประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ โลกัตถจริยา คือ ประโยชน์ต่อสัตว์โลกโดยเห็นว่าการี่เราจะช่วยผู้อื่นได้ เราต้องช่วยตัวเองให้มีหลักก่อน การี่เราจะช่วยคนตกน้ำเราต้องว่ายน้ำเป็นก่อนการที่เราจะช่วยนำสัตว์ให้ข้ามโอฆสงสาร ได้เราต้องมีเรือคือ ต้องรู้โพธิปักขิยธรรมก่อนก็โพธิปักขิยธรรมคนจะรู้ได้ก็ต้องตรัสรู้สำเร็จเป็นพระพุท ธเจ้าหรือเป็นพระอรหันต์ เมื่อยังไม่สำเร็จก็ยังไม่รู้ เมื่อไม่รู้ก็เท่ากับว่ายังไม่มีเรือ เมื่อไม่มีเรือจะใช้อะไรส่งสัตว์ข้ามโอฆะได้คติของเถรวาทเป็นอย่างนี้ มหายาน มุ่งความเป็นพระโพธิสัตว์ หรือ พุทธภูมิ เพื่อบำเพ็ญ โลกัตถะจริยาได้เต็มที่ คือมุ่งช่วยผู้อื่นเป็นจุดสำคัญ และแสดงว่ามีพระโพธิสัตว์หลายองค์ เช่น พระอวโลกิเตศวร ,พระมัญชุศรี , พระวัชรปราณี , พระกษิติครรภ, พระสุมันตรภัทร และ พระอริยเมตไตรยเป็นต้น เป็นตัวอย่าง เพื่อจูงใจให้คนปรารถนาเป็นพระโพธิสัตว์ ๑0. เถรวาทมี บารมี ที่จะให้สำเร็จบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ เป็นพระพุทธเจ้า ๑0 ประการมี ทาน, เนกขัมมะ, ปัญญา ,วิริยะ, สัจจะ, อธิษฐาน, เมตตา, อุเบกขา, ขันติมหายาน มีบารมีอันให้ถึงความสำเร็จเป็นพระโพธิสัตว์ และเป็น ปฏิปทาของพระโพธิสัตว์ ๖ ประการ คือ ทาน ศีล วิริยะ ขันติ ฌาน ปัญญา ( บ้างก็ว่ามี ๑O เหมือนกับ ของ เถรวาท ) ๑๑. เถรวาท พระอรหันต์อยู่จบกิจในพรหมจรรย์แล้วสิ้นกิเลสแล้ว สิ้นความสงสัยรู้ว่าตนบรรลุพระอรหัตผลด้วยตนเอง โดยมิต้องมีคนบอก มีความรู้ในอริยมรรค อริยผล ไม่ฝันปรินิพพานแล้วก็ดับหมดทั้ง กายสังขาร วจีสังขาร จิตสังขาร ( อนุสปรินิพพาน ) ไม่เกิดอีก ถือว่าเหนือกว่าพระโพธิสัตว์ เพราะสิ้นกิเลสแล้ว ไม่ต้องศึกษาอีกแล้ว แต่พระโพธิสัตว์ยังมีกิเลสยังต้องศึกษาและ พระเถรวาทจะไม่ไหว้รูปพระโพธิสัตว์ เพราะถือว่ายังไม่เป็นพระภิกษุมหายาน พระอรหันต์ยังฝันอย่างคนมีราคะ เพราะถูกมารยั่ว ยังความไม่รู้ในอริยมรรค อริยผลยังต้องสงสัยใน อริยมรรค อริยผล เป็นต้น จะรู้ว่าตนบรรลุต้องมีผู้บอก ปรินิพพานแล้วยังเกิดอีก แต่เกิดเพื่อสำเร็จเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถือว่าสู้พระโพธิสัตว์ไม่ได้ เพราะเห็นว่าพระโพธิสัตว์มีโอกาสช่วยสัตว์โลกได้มากกว่า ๑๒. เถรวาท ในกายสาม เถรวาทยอมรับแต่ ธรรมกาย กับ นิรมาณกายบางส่วน นอกนั้นไม่รับมหายาน รับทั้งสามคือ ทั้งธรรมกาย ได้แก่ พระธรรม สัมโภคกายคือ กายจำลอง หรือ กายอวตารของพระพุทธเจ้า คือ พระพุทธเจ้าเป็นพระกกุสันธบ้าง โกนาคมะบ้าง กัสสปะบ้าง ศากยมุนีบ้างเป็นต้น ล้วนเป็นสัมโภคกายของพระพุทธเจ้าองค์เดิมทั้งนั้น นิรมาณกายคือ กายที่ต้องแก่ เจ็บปรินิพพาน เป็นกายที่พระพุทธเจ้าองค์เดิมสร้างขึ้น เพื่อเป็นเครื่องสอนคนให้เห็นความจริงของชีวิต แต่พระพุทธองค์ที่แท้ ที่องค์เดิมนั้นไม่ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ เช่น พระอมิตตาภาพุทธะมีกายจำลองเป็น พระศากยมุนี แต่พระอมิตตาพุทธะนั้น เป็นอมตะอยู่ที่แดนสุขาวดี ๑๓. เถรวาท อาศัยพระไตรปิฎก คือธรรมวินัย ยุติตามะ ปฐมสังคายนาเป็นหลักและไม่มีพระสูตรอะไรเพิ่มเติมมหายาน ธรรมวินัยของเดิมก็มี และมีการเพิ่มพระสูตรใหม่ในภายหลังจากการทำปฐมสังคายนาเช่น ปรัชญาปารมิตาสูตร สุขาวดียูหสูตร สัทธธรรมปุณฑริกสูตร ลังกาวตารสูตร เป็นต้นแม้ปฐมเทศนาก็มิได้มีครั้งเดียว ความคล้ายคลึง และ ความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง นิกายมหายานและเถรวาท ข้อคล้ายคลึงกันของนิกายทั้งสอง เราพอสรุปได้เป็นหลักใหญ่ ๆ ๔ ประการคือ ๑. จุดมุ่งหมายปลายทางของทั้งสองนิกายเหมือนกันคือวิมุติ ๒. คำสอนทั้งสองนิกายเป็นประโยชน์แก่สังคมของมนุษย์ในด้านศีลธรรม และ จรรยา ๓. ทั้งสองนิกายสอนในเรื่องกฏแห่งกรรม ๔. ทั้งสองนิกายต่างยอมรับเรื่องความไม่จำกัดสรรพสิ่ง คือ ไม่มีเริ่มต้น ไม่มีสิ้นสุดไม่มีขอบเขต ไม่มีประมาณ ส่วนข้อแตกต่างกันของนิกายทั้งสองที่สำคัญที่สุดคือ เถรวาทมุ่งอรหัตภูมิ โดยถือคติว่าก่อนจะให้คนอื่นรู้ ตนต้องรู้ก่อน ก่อนจะช่วยคนอื่นได้ ตนต้องช่วยตนเองให้ได้ก่อนมิฉะนั้นจะนำอะไรไปสอนไปช่วยเขา ส่วนมหายานมุ่งพุทธภูมิ คือ ต้องบำเพ็ญตนเป็นพระโพธิสัตว์ก่อน เพื่อช่วยคนอื่นก่อนช่วยตัวเอง ยอมรับทุกข์ เพื่อสุขของคนอื่น
โดย onuma วันที่ 28 ม.ค. 2555 : 10:38:05 AM น. IP : 49.230.166.248 แจ้งลบหัวข้อกระทู้
พบภาพ เนื้อหาไม่เหมาะสม กดแจ้งที่นี่  


แสดงความคิดเห็น
จาก
E-mail
รูปภาพประกอบ

คุณไม่ใช่สมาชิก ไม่สามารถแนบไฟล์ได้ สมัครสมาชิก | ล็อกอินเข้าระบบ
รูปภาพ (.jpg,.jpeg,.gif,.png) ขนาดไม่เกิน 150 Kb อื่นๆ (.pdf) ขนาดไม่เกิน 150 Kb
รายละเอียด
Security Code
ต้องการรูปภาพอื่น

หากคุณเปิดกระทู้หลายหน้า ควรคลิก "ต้องการรูปภาพอื่น" อีกครั้ง




แจกฟรีเว็บบอร์ดสำเร็จรูป www.meeboard.com