แจกฟรีเว็บบอร์ดสำเร็จรูป www.meeboard.com




ศาสนพิธีการสวดมนต์ในมหายาน
กลับไปหน้าแรก
ศาสนพิธีการสวดมนต์ในมหายาน ********* ในปัจจุบันสาธุชนที่สวดมนต์แบบมหายานมีมาก ที่จะเข้าใจความหมายของบทสวดที่ตนสวดนั้น มีน้อย และที่จะเข้าใจซาบซึ้งจนนำไปประพฤติปฏิบัติได้จริงยิ่งหาได้ยากที่สุด ทั้งๆ ที่ในมือของตนเอง ได้ถือพระสูตรที่ล้ำค่าประดุจอัญมณีไว้ แต่ก็ไม่สามารถนำมาใช้สอยได้ตามที่ควรจะเป็น เหมือนกับ คนตาบอดลูบคล้ำแก้วมณี หรือคนหูหนวกดีดพิณสวรรค์ เข้าใจว่าการสวดมนต์มากๆ บทยาวๆ สวดเพราะๆ มีสมาชิกมากๆ หรือเปิดเสียงเพลงให้ดังๆ หรือจัดของไหว้บนแท่นบูชาสวยๆ ของดีๆ แพงๆ แล้วจะได้ บุญเยอะ พระพุทธเจ้าพระโพธิสัตว์จะดีใจ และประทานพรให้ตามความปรารถนา ซึ่งความเข้าใจแบบนี้เป็นความเข้าใจที่ผิด หลักสำคัญของพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน คือหลักแห่งพระโพธิสัตวภูมิซึ่งเป็นหลักที่พระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานแต่ละนิกายยอมรับน ับถือ มหายานทุกนิกายย่อมมุ่งหมายโพธิสัตวภูมิ ซึ่งเป็นเหตุที่ให้บรรลุพุทธภูมิ บุคคลหนึ่งบุคคลใดที่จะบรรลุถึงพุทธภูมิได้ ต้องผ่านการบำเพ็ญจริยธรรมแห่ง พระโพธิสัตว์มาก่อน เพราะฉะนั้น จึงถือว่าโพธิสัตวภูมิเป็นเหตุ พุทธภูมิเป็นผล เมื่อบรรลุพุทธภูมิเป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าย่อมโปรดสัตว์ให้ถึงความหลุดพ้นได้กว้างขวาง และขณะบำเพ็ญบารมีเป็น พระโพธิสัตว์ ก็ยังสามารถช่วยเหลือสรรพสัตว์ที่ตกทุกข์ในสังสารวัฏได้มากมาย อุดมคติอันเป็นจุดหมายสูงสุดของมหายานจึงอยู่ที่การบำเพ็ญบารมีตามแนวทางพระโพธิสัตว ์ เพื่อนำพาสรรพสัตว์สู่ความหลุดพ้นจากวัฏสงสารให้หมดสิ้น การสวดมนต์ของพระพุทธศาสนา (ไม่ว่านิกายใด) แบ่งออกเป็นได้ ๒ ประเภท คือการสวด โดยบุคคลหรือการสวดเป็นการส่วนตัว และการสวดเป็นหมู่คณะโดยจุดประสงค์ของการสวดนั้น เพื่อตรวจสอบว่าเนื้อหาธรรมที่ตัวเองจดจำ เหมือนหรือต่างกับที่คนอื่นจดจำหรือไม่อย่างไร มีส่วนใดที่ตนจดจำผิดพลาดหรือตกหล่นหรือไม่ ก็จะได้แก้ไขให้ถูกต้อง และเพื่อการสวดสาธยายอันจะเป็นไปด้วยความพร้อมเพรียงและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ในการสวดมนต์ยังคงมีสืบมาจวบจนปัจจุบัน โดยถือเป็นกิจที่สำคัญที่ต้องทำในพิธีกรรมของพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ทว่าบทสวดมนต์ที่ค่อนข้างยาวนั้น จะพบว่าพระที่สวดได้จะมีน้อยลง (เช่น “บทปาฏิโมกข์” ที่พระจะต้องสวดในวันอุโบสถ) การสวดมนต์ตามนัยมหายาน นะโม ภะคะวะเต ไภษัชฺยะคุรุ ไวฑูรยะ ประภาราชายะ ตะถาคะตายะ อะระหะเต สัมมา สัมพุทธายะ ตะทะยะทา โอม ไภษัชเย ไภษัชเย มหาไภษัชเย สมุทะคะเต สะวาหา การสวด (เจริญ) มนต์ในมหายาน เน้นที่ ๕ ประการคือ ๑. ผู้ที่เจริญต้องมีศีล ๒. เป็นผู้มีจิตเมตตากรุณาต่อสรรพชีวิต ๓. ศรัทธา โดยเชื่อว่ามนต์ได้ผลจริง อานุภาพแห่งพระรัตนตรัย พระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ มีจริง เชื่อมั่นในแนวทางคำสอนของมหายานและวัชรยาน (แนวทางการบำเพ็ญของพระโพธิสัตว์ เพื่อประโยชน์แห่งสรรพชีวิต) มีเมตตากรุณา เพื่อให้สรรพชีวิตได้พ้นจากปวงทุกข์ และเข้าถึงความสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือบรมสุขหรือก็คือ พระนิพพานและพระโพธิญาณ (ตามแต่ที่สรรพชีวิตแต่ละคนจะปรารถนา) ๔. สมาธิ คือมีจิตเป็นหนึ่ง ไม่ซัดส่าย ไม่วอกแวก ๕. ปัญญา คือเข้าใจธรรมดาโลก เข้าใจชีวิต มองโลกตามความจริง ปล่อยวาง ลดทอนอัตตา เราทำในสิ่งที่เราพอจะทำได้ ทำให้ดีที่สุดในทุกเรื่อง แต่อย่าไปติดยึด ว่าทำแล้ว ต้องเป็นแบบนั้น ต้องได้แบบนี้ นิกายสุขาวดีเป็นนิกายที่สำคัญของพุทธศาสนามหายานนิกายหนึ่ง นิกายนี้เน้นที่การสวดรำลึกถึงพระนามพระอมิตาภพุทธเจ้า มีเรื่องเล่ากันว่า มีปรมาจารย์ของนิกายมหายานรูปหนึ่งจาริกไปที่ภูเขาอู่ไถ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นธรรมสถานแห่งพระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ เมื่อไปสักการะจึงอธิษฐานขอให้ได้พบพระองค์ ครานั้นด้วยพระมหากรุณาแห่งพระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ จึงได้ถ่ายทอด การสวดรำลึกพระนามพระอมิตาภแบบเสียง ๕ ระดับ หรือที่เรียกว่า “ปัญจสัททะ” ซึ่งได้สืบทอดมาจนปัจจุบันนี้ ด้วยเหตุผลทางความเชื่อ, เชื้อชาติ, ภาษา, วัฒนธรรม, การเมือง ฯลฯ ทำให้ทำนองสวดมนต์ ของแต่ชนชาติและแต่ละนิกายมีหลากหลาย โดยในส่วนของประเทศไทยนั้นอาจแบ่งได้เป็น ๒ ประเภทใหญ่ๆ คือการสวดทำนองราษฎร์ และทำนองหลวง โดยทำนองราษฎร์จะใช้ในพิธีของประชาชน ส่วนทำนองหลวงจะใช้ในการพระราชพิธี ขณะที่ทำนองบางอย่างนั้น จะใช้เป็นการเฉพาะ ไม่ใช้กับพิธีอื่นๆ อาทิเช่น ทำนองที่ใช้ในการสวดภาณยักษ์ เป็นต้น การเผยแพร่บทสวดมนต์ของพุทธศาสนามหายานและวัชระยานในประเทศไทยนั้น โดยมากจะพบในรูปของสื่ออิเล็กโทรนิก ( cd, vcd, dvd และ mp๓ฯลฯ) การสวดมนต์ของเถรวาทกับมหายานแตกต่างกันคือ ๑. นิกายมหายาน ซึ่งเป็นนิกายที่พื้นที่บริเวณตอนเหนือของอินเดีย เช่นจีน เกาหลี เวียดนาม นับถือกัน เป็นนิกายที่เชื่อว่า พุทธะจะนำพาให้สัตว์ดลกพ้นข้ามวัฏสงสาร ซึ่งพื้นฐานของประเทศที่นับถือนิกายมหายานนี้ เดิมทีนับถือเทพเจ้าต่าง ๆ เช่นเดียวกับพุทธศาสนาในอินเดียที่บางช่วงผนวกเอาแนวความคิดจากศาสนาฮินดูเข้ามาด้วย ดังนั้นจะเห็นว่าสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพุทธนิกายมหายาน มีรูปเคารพของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรในปางต่าง ๆ ๒. ในเรื่องเกี่ยวกับบทสวดมนต์นั้น แท้จริงแล้วบทสวดมนต์ในนิกายมหายานก็มาจากภาษาบาลีเป็นหลัก เพียงแต่เมื่อเวลาผ่านไปบทสวดต่าง ๆ ก็แปลเป็นภาษาท้องถิ่นตามสำเนียงและภาษานั้น เช่นจะเห็นว่าเป็นบทสวดทำนองจีน แต่พื้นฐานมาจากภาษาบาลี ๓. ไม่เพียงแต่มหานิกายเท่านั้นที่บทสวดได้มีการแปรเปลี่ยนไปตามสำเนียงภาษาในท้องถิ่น แต่นิกายอื่น ๆ ก็เช่นกันแม้แต่เถรวาท หรือนิกายวิชรญาณ หรือนิกายตันตระ ๔. จากการที่เราเห็นบางวัดของเถรวาทมีรูปเคารพตามความเชื่อนิกายมหายานนั้น จริง ๆ แล้วขึ้นกับพุทธบริษัทในท้องถิ่นนั้น ไม่ใช่ขึ้นกับนิกาย อย่างเช่นในประเทศศรีลังกา ก็เป็นเถรวาทแบบลังกาวงค์ ก็ไม่ให้มีรูปเคารพตามนิกายมหายานเลย **********************
โดย iampronausa (ติดต่อ 0814587863) วันที่ 25 ม.ค. 2555 : 11:14:23 PM น. IP : 110.77.165.194 แจ้งลบหัวข้อกระทู้
พบภาพ เนื้อหาไม่เหมาะสม กดแจ้งที่นี่  


แสดงความคิดเห็น
จาก
E-mail
รูปภาพประกอบ

คุณไม่ใช่สมาชิก ไม่สามารถแนบไฟล์ได้ สมัครสมาชิก | ล็อกอินเข้าระบบ
รูปภาพ (.jpg,.jpeg,.gif,.png) ขนาดไม่เกิน 150 Kb อื่นๆ (.pdf) ขนาดไม่เกิน 150 Kb
รายละเอียด
Security Code
ต้องการรูปภาพอื่น

หากคุณเปิดกระทู้หลายหน้า ควรคลิก "ต้องการรูปภาพอื่น" อีกครั้ง




แจกฟรีเว็บบอร์ดสำเร็จรูป www.meeboard.com