-------------------------------

ทองหยอด Shop ยินดีต้อนรับ

เล่าเรื่องไม้ ... ซอ ... ขลุ่ย ของร้านทองหยอด
กลับไปหน้าแรก

สวัสดีค่ะ  ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่ากระทู้นี้อยู่ในหัวข้อ "ขออวดหน่อย"  แต่เพราะระบบใหม่ทำให้เวลาคุณเปิดบอร์ดขึ้นมา  เลยไปเจอหัวข้อรวมกระทู้ก่อน  

 

นั่นหมายถึงว่า  เป็นกระทู้เล่าเรื่อง แต่ถ้าสนใจสินค้าให้แยกไปดูกระทู้ตามนี้นะคะ

ปุ่ม  http://www.meeboard.com/list.asp?user=thongyod&id=34888&groupid=9&so rtby=

ไม้และอุปกรณ์ DIY http://www.meeboard.com/list.asp?user=thongyod&id=34888&groupid=7&so rtby=

เครื่องดนตรี http://www.meeboard.com/list.asp?user=thongyod&id=34888&groupid=1&so rtby=




โดย thongyod วันที่ 16 มี.ค. 2557 : 11:41:42 AM น. IP : 171.99.159.39 แจ้งลบหัวข้อกระทู้
พบภาพ เนื้อหาไม่เหมาะสม กดแจ้งที่นี่  


ความคิดเห็นที่ 1

จากข้อความที่เกริ่นข้างบน   เพื่อที่จะเรียนให้ทราบว่าเรื่องราวที่จะเล่าต่อไปนี้   เป็นการเล่าประสบการณ์  ความคิดเห็นของตัวดิฉัน  ที่ได้สัมผัสมาด้วยตัวเองจากการขายเครื่องดนตรีในนามร้านทองหยอด  ไม่ว่าจะเป็นการหาวัตถุดิบ  การคัดกรองวัตถุดิบ  ..  ที่ใช้คำว่าคัดกรอง  เพราะจากการหว่านซื้อไม้เกือบทุกประเภทเข้ามาในครอบครอง  จากตอนแรกที่"คั ดสรร"แล้วว่าเราจะเลือกไม้ที่ดีที่สุดในจำนวนไม้ประเภทนั้นๆ  เช่น ไม้ชิงชัน  ก็ต้องเป็นชิงชันอีสาน  เพราะเนื้อแน่น หนัก  และต้องเป็นไม้เสาบ้านเก่า  หรือถ้าจะใช้ไม้มาทำซออย่างน้อยไม้ต้องหน้า 6 ขึ้นไป  กิ่งก้านสาขาไม่ต้องเอามา  เพราะมวลไม่มากพอ  เป็นต้น   ต่อมาจึงได้เรียนรู้ว่า  เท่านั้นยังไม่พอ  ไม้บางชนิดก็ไม่เหมาะจะมาทำเครื่องดนตรี  จึงได้"กรองออก"ผลคือจากการหาซื้อไม้มาทำเครื่องดนตรีขาย    ต้องขยายกิจการเป็นการขายไม้สำหรับทำงาน DIY  สำหรับขายไม้บางชนิดที่เหมาะกับงานอื่นมากกว่าเครื่องดนตรี 

นอกจากเรื่องไม้แล้ว  ยังมีวัตถุดิบอื่นๆ  ที่ต้องสรรหามาให้ครบสำหรับทำซอ  เพราะช่างชัยที่ทำซอให้กับทางร้าน  มีฝีมือแต่ไม่มีวัตถุดิบ   ซึ่งก็เป็นการดี  เพราะเราจะได้มีโอกาสเลือกสรรวัตถุดิบด้วยตัวเราเอง  ไม่ต้องเกรงใจช่างว่าไม่อุดหนุนสินค้าของช่างเลย  ซึ่งจะทำให้เราควบคุมคุณภาพได้ไม่เต็มที่  

และจากการหาวัตถุดิบและสินค้าเกี่ยวกับเครื่องดนตรีนี้เอง  ก็ได้เจอวัตถุดิบอื่นๆที่พ่วงเข้ามาด้วย  เช่นหาเขาควายมาทำซอ  ก็เลยเปิดกิจการขายกัวซา ...  ซึ่งขายดีกว่าซอซะอีก   พ่วงมาด้วยขายเขาแพะ เขากวางสำหรับทำด้ามมีด เพราะจะหาเขาจามรีมาทำไม้ดีดจะเข้    อยากได้ยางสนแพคเกจจิ้งสวยๆ  คุณภาพดีๆ  สำหรับแถมกับซอของร้าน   ก็เลยได้อุปกรณ์ขายต่างๆตามมา  เช่น ยางสนชนิดต่างๆ  สายซอเอ้อร์หู  ฯลฯ   จะทำขาตั้งขลุ่ย  สั่งเมืองไทยเรื่องเยอะ ราคาแพง  สั่งจากจีนก็เลยได้โต๊ะวางโน้ตบุ๊คมาขายด้วย  

ดังนั้น  คุณจะเห็นว่าบอร์ดของร้านมีของขายเพียบ  หลากหลายซะเหลือเกิน  มันมีความเป็นมาอย่างนี้นี่แหละค่ะ

ที่เกริ่นมาทั้งหมด  ดิฉันอาจคิดไม่ตรงกับความคิดเห็นของบางคน   ซึ่งดิฉันไม่ขออภัยมา ณ ที่นี้  เพราะได้เรียนให้ทราบแล้วว่า   ดิฉันเขียนจากประสบการณ์ที่ได้   



  โดย thongyod วันที่ 16 มี.ค. 2557 : 12:21:48 PM น. IP : 171.99.159.39

ความคิดเห็นที่ 2

หัวข้อนี้ไม่ได้เขียนทีเดียวเสร็จ   แต่จะค่อยๆทยอยเขียนตามที่นึกได้  และเวลาที่มีนะคะ 

หลังจากเกริ่นมาได้พักใหญ่   ขอเริ่มเล่าจากปัจจุบันแล้วค่อยๆย้อนกลับไปยังอดีต  

*********

เรื่องของซอและไม้ดำ

*********

ร้านทองหยอดเป็นกิจการขายของเล็กๆน้อยๆ  ไม่มีหน้าร้าน  มีช่องทางขายทางอินเตอร์เนทและการบอกต่อ  ดำเนินกิจการกันอยู่แค่ 2 คน  กับความช่วยเหลืออย่างดีของช่างชัย (ทำซอ)  และมิตรภาพของเหล่าลูกค้าที่ปัจจุบันกลายเป็นเพื่อนกันไปหมดแล้ว  

แต่เราก็ภาคภูมิใจที่เราเป็นเจ้าแรกในวงการ  และปัจจุบันยังเป็นเจ้าเดียวที่ทำซอจากไม้แอฟริกันแบล็กวูด   ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น wood of music  โดยที่ทวนซอของเราเป็นไม้ชิ้นเดียว  ไม่มีการต่อ   ถ้าไม้หายากและแพงระดับไม้แอฟริกันแบล็กวูดเรายังไม่ต่อ  เรื่องไม้อื่นไม่ต้องพูดถึงค่ะ   เราไม่นิยมต่อไม้  นอกจากอยากจะประดับทวนกลางสวยๆนั่นก็อีกเรื่องนึง  แต่ส่วนใหญ่เราก็ไม่ค่อยประดับทวนกลางหรอกค่ะ   ที่เราทำทวนเป็นไม้ชิ้นเดียวและไม่ค่อยต่อทวนกลาง   เนื่องมาจากเราภูมิใจที่หาไม้ขนาดยาวพอที่จะเอามาทำซอได้   แม้ว่าการเปิดไม้เพื่อทำทวนต่อจะทำให้เรากำไรมากขึ้น   ได้ปริมาณซอมากกว่าเปิดไม้ยาวก็ตาม   และเราคิดว่าตัดปัญหาความยุ่งยากที่อาจจะเกิดขึ้น   ไม่ว่าจะเป็นทวนซอโค้งหลังจากที่ใช้ไปนานๆ  หรืออะไรก็ตามแต่     เอาเป็นว่าเราไม่ชอบทวนต่อก็แล้วกัน 

ด้วยความที่เราไม่ใช่ร้านขายเครื่องดนตรีใหญ่ที่โด่งดัง  เครื่องดนตรีที่เราทำมา  เราไม่เคยรู้ว่าเมื่อไหร่เราจะขายได้   เพราะฉะนั้นถึงแม้เราตั้งใจทำมาเพื่อขาย   เราก็คิดเสมอว่า  ถ้ายังไม่มีใครมาซื้อไป   สิ่งนั้นจะอยู่กับเรา  เพราะฉะนั้นเราจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเท่าที่เราทำได้  เหมือนเป็นของๆเราเอง   เพราะกระทาชายนายทองหยอด  (ชื่อจริงเขาน่ะชื่อษร)  เขาพอจะสีซอเป็นบ้าง   ส่วนตัวดิฉันเองเอาเขาปักหัวนั่งฟังบ้างไม่ฟังบ้าง  

 



  โดย thongyod วันที่ 16 มี.ค. 2557 : 4:07:02 PM น. IP : 171.99.159.39

ความคิดเห็นที่ 3

ขอชี้แจงก่อนว่า  คำว่า"เรา"หมายความถึงพหูพจน์  คือดิฉันและสามี   ถ้าดิฉันจะพูดถึงเฉพาะตัวเอง  ดิฉันจะใช้สรรพนามว่า "ดิฉัน" 

************

พูดถึงซอกับไม้ดำ  ขอย้อนกลับไปตั้งแต่เริ่มแรกเลยดีกว่า 

ซอคันแรกของเราคือไม้มะเกลือ   เราได้ไม้มะเกลือเก่ามา 2 ท่อน  ยาว90เซ็นต์  เส้นผ่าศูนย์กลาง 8-9 นิ้ว  ตอนที่ได้ไม้มา  กิจการร้านทองหยอดยังไม่เริ่มต้นด้วยซ้ำ  ซื้อมาเพื่อมาทำซอใช้เอง   แต่ที่คาดไม่ถึงคือ  ผ่าออกมาแล้วได้ซอด้วง 7 คัน  ซออู้ 20 กว่าคัน  กว่าเท่าไหร่จำไม่ได้แล้วค่ะ   ถ้าจำไม่ผิด  รู้สึกเราจะขายไม้ทำซอด้วงไปแค่ชุดเดียว   ที่เหลือทำซอขายจนหมด   ปัจจุบันไม่ต้องถามหาไม้มะเกลือของร้านทองหยอดค่ะ   เพราะไม้ลอทนี้หมดแล้ว   และยังไม่คิดจะทำซอมะเกลืออีก

 

เหตุผลน่ะเหรอคะ  ....  เรื่องเยอะค่ะ 

เมื่อหลายปีก่อน  ไม้ดำที่นำมาทำซอก็มี ไม้มะเกลือ ไม้ดำดง ไม้งิ้วดำ  ฮิตที่สุดน่าจะเป็นมะเกลือ  เพราะดำดงยังไม่เกลื่อนและราคาถูกอย่างสมัยนี้  งิ้วดำก็ไม้ในเทพนิยายซะเหลือเกิน   (ซึ่งต่อไปเราค่อยคุยกันเรื่องนี้นะคะ  เรื่องนี้น่ะคุยได้ยาว)  

ด้วยความที่โชคดีเปิดไม้ออกมา  ไม้ไม่เป็นโพรง  ได้ซอเยอะเกินคาด  ทำให้เราเริ่มต้นทำซอขาย  นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของกิจการร้านทองหยอด   ซึ่งบอกตรงๆไม่ได้ตั้งใจตั้งเป็นชื่อร้าน  ตอนแรกยังไม่มีชื่อ  แต่ด้วยความที่นายษรเขาใช้อีเมล์ thongyod@hotmail.com ทำให้คนเรียกทองยอดบ้าง ทองหยอดบ้าง  สุดท้ายเลยกลายเป็นร้านทองหยอดแต่ขายเครื่องดนตรีไทย  

ย้อนกลับมายังซอมะเกลือต่อนะคะ   ถึงแม้มะเกลือจะเป็นไม้ดำยอดนิยม  แต่สำหรับเราแล้วมันเป็นไม้ที่ทำยาก  เราเคยต้องเรียกซอกลับ  เพราะวันนึงมีรอยร้าวปรากฎบนซอมะเกลือที่อยู่ที่บ้าน   เลยต้องติดต่อกลับไปยังลูกค้า  ให้สำรวจรอยร้าว  และกลับมาทำสีให้ใหม่  ต่อมาจึงใช้สีรักจีน  เพราะดูเหมือนจะช่วยทรีตเม้นท์ไม้ได้ดีกว่า  ใช้ยูริเทนหรือแลคเกอร์อย่างที่นิยมใช้กัน   แต่ต้นทุนก็สูงกว่า  

เคยมีคนบอกว่า  เล่นไม้มะเกลือต้องทำใจเรื่องรอยร้าว   บอกตรงๆเป็นคำพูดที่"ถูก" แต่ไม่ใช่ทุกคนจะรับได้  และถ้าบางคนบอกว่า ต้องอย่างนั้นอย่างนี้สิถึงไม่มีรอยร้าว  ไม่จริงหรอกค่ะ  มันเกิดขึ้นได้เสมอ  ถึงคุณจะอย่างนั้นอย่างนี้ตามที่คุณว่าแล้วก็ตาม  ซอไม้มะเกลือก็ไม่ได้ร้ าวทุกคัน   เพียงแต่บอกว่าโอกาสที่จะเกิดขึ้นนั้นมันมี  

ภายหลังเราแก้ปัญหาด้วยการทำสีรักจีน  ปัญหารอยร้าวจึงตกไป  แต่เราก็ไม่อยากทำซอจากไม้มะเกลือแล้ว 

เพราะในช่วงที่ขายซอไม้มะเกลืออยู่นั้น   เราก็ทำซอจากไม้ชิงชันและพะยูงควบคู่กันไปด้วย   เรียกว่าเริ่มขยายกิจการ   เราจึงพบว่า  ถึงไม้มะเกลือจะดูเท่ห์ น้ำหนักดี แต่ถ้าเทียบกับชิงชัน  เสียงของไม้ชิงชันให้กังวาลไพเราะกว่าไม้มะเกลือ  ถึงจะไม่จ้า สีไม่เท่ห์ล่ำดำสนิทแบบไม้มะเกลือก็ตาม  

สิ่งที่ได้จากการทำซอไม้มะเกลือก็คือ   ได้เปิดกิจการด้วยไม้มะเกลือหน้าใหญ่ 2 ท่อน  ทำให้เราเรื่องมาก  ซื้อไม้ไม่มองไม้กิ่งเล็กกิ่งน้อย   ขอหน้าใหญ่อย่างเดียว  เพราะจากประสบการณ์  ไม้หน้าใหญ่เมื่อนำมาซอยแล้ว  จะได้ไม้ทำซอที่น้ำหนักดีกว่าไม้หน้าเล็ก  เวลาคุณๆซื้อซอ  ยิ่งถ้าซื้อในงานต่างๆมีร้านขายเครื่องดนตรีหลายๆร้านไปออกร้าน  นั่นแหละเป็นโอกาสดีของคุณแล้ว  เป็นงานคืนกำไรให้ผู้บริโภค  ลองเปรียบเทียบน้ำหนักซอดูสิคะ  วิธีง่ายๆคือเอาซอที่ขนาดใกล้เคียงกันต่างร้านมาถือวัดน้ำหนัก  บางคันคุณจะแปลกใจว่ามันแตกต่างกันอย่างชัดเจน   แต่ถ้าไม่ชัดเจนก็ถือว่าเป็นเรื่องของขนาดซอที่ไม่มีทางเท่ากันไปซะ  

แต่น้ำหนักซอก็ไม่ได้เป็นตัววัดความชอบส่วนตัว   บางคนมีแบบมีเสียงมีชื่อช่างในใจแล้ว  เงินเป็นของคุณค่ะ  จ่ายในสิ่งที่คุณชอบเถอะค่ะ 



  โดย thongyod วันที่ 17 มี.ค. 2557 : 10:29:46 AM น. IP : 171.99.159.39

ความคิดเห็นที่ 4

ก่อนจะไปจากไม้มะเกลือ  ขอลงภาพให้เห็นความสมบูรณ์ของไม้กันหน่อยนะคะ 



  โดย thongyod วันที่ 18 มี.ค. 2557 : 7:48:07 AM น. IP : 171.99.159.39

ความคิดเห็นที่ 5

.



  โดย thongyod วันที่ 18 มี.ค. 2557 : 7:52:44 AM น. IP : 171.99.159.39

ความคิดเห็นที่ 6

พูดไปแล้ว  ทำไม้มะเกลือก็ง่ายกว่าทำไม้แอฟริกันแบล็กวูดเยอะนะคะ  

การทรีตเม้นท์ไม้มะเกลือเราก็ใช้ทำสีรักจีน  แก้ปัญหาการแตกรานได้แล้ว สีรักจีนไม้ได้หายใจ  คายน้ำได้บ้าง  ไม่เหมือนยูริเทนซึ่งดูงานเนี้ยบแต่แข็ง   หรือแล็กเกอร์ซึ่งเหนียวกว่า 

และที่ง่ายกว่าอีกอย่างคือทำสีได้  รานก็โป้วแต้มสีหน่อย  เคลือบนิด  ก็ไม้มันดำ  (ความจริงไม้ดิบมันดำเหลือบเขียว)  พอกลึงออกมาก็ดำ  แถมไม่มีลาย  ถ้ามีปัญหาก็แต้มสีดำเพิ่มความสวยงามสมบูรณ์ได้สบาย 

แต่แอฟริกันแบล็กวูดมีลาย  โป้วไม่ได้  โป้วเป็นเห็นทันที 



  โดย thongyod วันที่ 18 มี.ค. 2557 : 7:59:25 AM น. IP : 171.99.159.39

ความคิดเห็นที่ 7

ขอย้ำอีกทีว่ารูปทั้งหมดนี้เอามาลงเป็นรูปในอดีต   ปัจุจุบันซอทั้งหมด30กว่าคัน ขายหมดแล้ว... เอ..หรือว่าเหลืออีกคันนึง  เอาเป็นว่าไม่ได้ขายทั้งไม้มะเกลือสำหรับทำซอ และไม่ได้ขายซอไม้มะเกลือ  

เห็นรูปไม้ดีดมะเกลือแล้วขอนินทานายทองหยอดหน่อย  เราขายไม้ดีดมะเกลือ 80 บาท  (ปัจจุบันไม่ได้แล้วนะคะ  ค่าช่างขึ้นค่ะ)  ร้านขายเครื่องเขียนใหญ่  เขาขายไม้ดีดพลาสติกสีดำราคา 100 บาท    แต่นายทองหยอดเวลาเอาไม้ดีดไปขาย  เจอน้องๆหน้าตาน่ารัก  ลดทันที 2 อัน 150 บาท  มีตำหนิเยอะหน่อย  แถมจ้า 

แหม...ช่างใจดีจริงนะ



  โดย thongyod วันที่ 18 มี.ค. 2557 : 8:04:08 AM น. IP : 171.99.159.39

ความคิดเห็นที่ 8

เจ้าตัวในภาพไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องที่จะเล่าหรอกค่ะ  แต่หารูปประกอบไม่เจอ  เจ้านี่เป็นตัวไหนไม่รู้ค่ะ  จำไม่ได้แล้ว  ในรูปเพิ่งเกิดมาวันแรก 

เรื่องที่จะเล่าต่อไปเป็นเรื่องสืบเนื่องจากการทำซอไม้มะเกลือ   ด้ว ยความนิยมของนักดนตรีที่มีต่อไม้ดำ  หลังจากนั้นเราก็เสาะหาซื้อไม้มาทำเครื่องดนตรีเรื่อยๆ   ส่วนใหญ่เน้นไม้เก่าประเภทเสาบ้าน  ได้ไม้ชิงชัน  ไม้พะยูง (ตอนนั้นยังไม่แพงเท่าตอนนี้)  ไม้กระพี้เขาควาย  ไม้มะเกลือก็ยังหาอยู่  เพราะค่านิยมตลาด  และเพราะการหาไม้มะเกลือนี่แหละทำให้เกิดเรื่องมากมาย 

ในช่วงที่หาไม้ต่างๆ  และมีปัญหาเรื่องการซื้อไม้นั่นเอง  เราก็ได้ตัวอย่างไม้สีดำ (ซึ่งเป็นไม้ที่อยากเอารูปมาลงประกอบ  แต่หาทั้งรูปและไม้ไม่เจอ  ชิ้นเล็กๆ2-3นิ้วเอง)  ไม้ตัวนี้มีสีดำและเงางาม  สะท้อนแสงเป็นประกาย   พี่ชายที่เรานับถือเขาเป็นคนเล่นไม้  เขาเอามาถามว่าชื่อไม้อะไร  เราก็ไม่รู้กันหรอกค่ะ   เพราะเนื้อไม้เนียนละเอียด สวยกว่าไม้ที่เราเคยเจอ  ส่วนพี่ชายท่านนั้นก็บอกว่าเป็นไม้ที่แพงมากๆ  ตัดยาก  เพราะส่วนใหญ่แตกราน  และไม่ได้บอกว่าเป็นไม้อะไร   เราพยายามหาเองและขอให้พี่ชายซื้อมาให้  แพงเท่าไหร่ก็ยอม  เพราะคิดว่าน่าจะทำซอออกมาสวย 

สุดท้ายเราหาจนพบว่า   มันคือไม้แอฟริกันแบล็กวูด   กว่าจะเจอเสียค่าโทรศัพท์และเสียเวลาไปเกือบปี   ทีนี้เราก็หาข้อมูลสิ  ถือว่าเป็นความโชคดีหรือพ่อแก่คงปลอบใจที่เราเจอปัญหากับการซื้อไม้มากมาก &nbs p; เลยได้ไม้ที่เป็น wood of music ต่างประเทศนิยมเอามาทำคาริเนท โอโบ ราคาหลายหมื่นจนเป็นแสน 

เรียกว่านอกจากแก้ปัญหาเรื่องไม้ดำไปได้   ยังแก้ปัญหาเรื่องเสียงได้ด้วย   ก็บอกแล้วว่ามะเกลือน่ะเสียงจ้า  เสียงดัง  แต่กังวาลไพเราะไม่ได้เท่าชิงชัน   ไม่งั้นช่างหลายคนจะยกชิงชันให้เป็นไม้อันดับหนึ่งในการทำเครื่องดนตรีเหรอ &nb sp;



  โดย thongyod วันที่ 19 มี.ค. 2557 : 8:27:18 AM น. IP : 171.99.159.39

ความคิดเห็นที่ 9

ในรูปซ้ายมือคือแอฟริกันแบล็กวูด  ขวาล่างคือมะเกลือค่ะ

 

แอฟริกันแบล็กวูดไม่ได้เคลือบ  ไม่ได้ทาน้ำมันนะคะ  มันเป็นอย่างนั้นเอง  เทียบกับมะเกลือนั่นก็ชิ้นส่วนที่เหลือจากมะเกลือหน้า 9 นิ้วที่ข้างในไม่รานแล้วนะคะ 

บอกตรงๆ (เพราะขายหมดแล้วเลยพูดได้) ใครอุดหนุนซอมะเกลือของร้านทองหยอดถือว่าคุ้มค่ะ  เพราะคุณจะหามะเกลือหน้าใหญ่ขนาดนี้  บอกได้เลยว่ายากมาก  ทั้งหน้าใหญ่และสมบูรณ์  ไม้แน่น  น้ำหนักดี  ไม้มะเกลือหาไม่ได้ยากเย็นหรอกค่ะ  แต่หาที่หน้าใหญ่ยาก  ส่วนใหญ่แก่นเล็กๆ  น้ำหนักก็เบาตามไปด้วย    

คำพูดข้างบนดิฉันอยากพูดเมื่อ 4 ปีที่แล้ว  แต่พูดไปเดี๋ยวก็จะหาว่าดิฉันเชียร์สินค้าตัวเองออหน้าออกตา  เพราะเป็นคน ขาย   ตอนนี้ขายหมดแล้วพูดได้  สบายใจ 



  โดย thongyod วันที่ 20 มี.ค. 2557 : 7:42:38 AM น. IP : 171.99.159.39

ความคิดเห็นที่ 10

หน้าตัดเมื่อเทียบกับงิ้วดำ  (ซ้ายแอฟริกันแบล็กวูด  ขวางิ้วดำ)

อย่างที่เกริ่นไว้ตั้งแต่ต้น  ส่วนตัวดิฉันเอง  ดิฉันว่าไม้แต่ละประเภทก็เหมาะกับทำของแต่ละอย่าง   ถ้าจะถามว่าเอามาทำได้มั๊ย...ทำได้ค่ะ  แต่ทำได้แล้วออกมาดีหรือไม่  ดีแค่ไหนนั้นไม่เหมือกนัน  "เหมาะสม"กับ"ทำได้" มันต่างกัน   เหมือนคนเล่นดนตรี"ได้" กับคนเล่นดนตรี"เป็น"นั่นแหละค่ะ 

ถึงตอนนี้ยังไม่ได้เอางิ้วดำมาทำเครื่องดนตรีเลยค่ะ   เพราะดูแล้วน่าจะเหมาะกับการแกะสลักมากกว่า  ..  เรื่องนี้บอกแล้วว่า"ยาว" เอาไว้ค่อยคุยกัน

เอาเป็นว่าเปรียบเทียบเนื้อไม้แอฟริกันแบล็กวูดดูนะคะ  แค่ดูด้วยสายตาจะเห็นว่าไม้แอฟฯดำเงาเนียน เนื้อละเอียด ส่วนงิ้วดำดำเงาเหลือบ เนื้อละเอียด

ถ้าเปรียบเทียบเนื้อไม้  ไม้แอฟฯแข็งและเหนียว  งิ้วดำแข็งแต่เปราะกว่า

โดยธรรมชาติของไม้ทั่วไป  คุณสมบัติแข็งกับเหนียวมักไม่ค่อยอยู่ด้วยกัน  เพราะคุณสมบัตินี้ล่ะมั๊งคะ  ที่ทำให้เครื่องดนตรีสากลโดยเฉพาะเครื่องเป่าที่เป็นไม้  และช่างทำกีต้าร์ชาวตะวันตก นิยมใช้ไม้แอฟริกันแบล็กวูดมาทำเครื่องดนตรี  

 



  โดย thongyod วันที่ 20 มี.ค. 2557 : 9:02:28 AM น. IP : 171.99.159.39

ความคิดเห็นที่ 11

ทีนี้มาชมไม้แอฟริกันแบล็กวูดแบบดิบๆกันก่อน  แล้วจะรู้ว่า  การจะตัดไม้เพื่อเอามาทำซอโดยไม่ต่อนั้นมันยากขนาดไหน 



  โดย thongyod วันที่ 22 มี.ค. 2557 : 7:08:03 PM น. IP : 171.99.159.39

ความคิดเห็นที่ 12

จำไม่ได้แล้วว่าเวปไหน  เวปต่างประเทศชื่นชมแอฟริกันแบล็กวูดว่าติดอันดับแพงระดับโลก   ความแพงของไม้ตัวนี้นอกจากราคาค่าตัวแพงแล้ว  คงเพราะว่ากว่าจะตัดให้ได้ขนาดต้องเสียไม้มากมายนั่นเอง



  โดย thongyod วันที่ 22 มี.ค. 2557 : 7:09:50 PM น. IP : 171.99.159.39

ความคิดเห็นที่ 13

ขออภัยค่ะรูปไม่ค่อยเรียบร้อย  บาทาของเพื่อนดิฉันเอง 



  โดย thongyod วันที่ 22 มี.ค. 2557 : 7:12:28 PM น. IP : 171.99.159.39

ความคิดเห็นที่ 14

ดูความเงามันของไม้แอฟริกันแบล็กวูดนะคะ   เป็นมาแต่กำเนิดค่ะ  ไม่ต้องทาน้ำ ทาน้ำมัน ลงแว๊กใดๆทั้งสิ้น



  โดย thongyod วันที่ 22 มี.ค. 2557 : 7:15:38 PM น. IP : 171.99.159.39

ความคิดเห็นที่ 15

นี่ก็อีกรูปนึง 



  โดย thongyod วันที่ 22 มี.ค. 2557 : 7:16:22 PM น. IP : 171.99.159.39

ความคิดเห็นที่ 16

แค่เห็นไม้ก็น่าจะทราบแล้วนะคะ   ว่าการจะตัดเป็นไม้สำหรับทำขลุ่ยโดยไม่แตกไม่รานก็นับว่ายากมากแล้ว   ยิ่งไม้ทำปี่ยิ่งยาก  ไม้ทำซอไม่ต้องพูดถึง ...  ก็บอกแล้วว่าซอไม้ของร้านทองหยอดทวนไม่ต่อ 

ตอนแรกที่สั่งให้เขาตัด  เขาก็บอกว่าไม่รับปากตัดยากอยู่  แต่ด้วยความที่ลอทแรกที่สั่ง  ยังไม่ได้คิดถึงว่าจะเอามาทำขาย   นายทองหยอดเขาอยากได้   ดิฉันรับหน้าที่แผนกจัดซื้อ และจ่ายเงิน   ก็พยายามขอร้องให้เขาตัดให้   เจ้าคนขายก็บ่นแหลก  ตอนแรกก็ต่อรองว่าแบ่งครึ่งได้มั๊ย  ไม่ตัดยาว90ซม.  ดิฉันก็คิดว่า "ก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย  จ่ายเงินไปแล้วนี่นา"  สุดท้ายเขาก็น่ารักมาก  ตัดมาจนได้ 

ทีนี้พอจะเอามาทำขาย  แทนที่จะสั่งไม้ขนาดสำหรับทำซอ1คัน  ก็เพิ่มโจทย์ยากขึ้นไปอีกด้วยการสั่ง ตัดไม้ให้ใหญ่สำหรับทำซอ2คัน  และต้องเป็นท่อนสี่เหลี่ยมผืนผ้าด้วย  เหตุผลเพราะว่าต้องการไม้ใหญ่   การบังคับให้ตัดไม้เป็นท่อนสี่เหลี่ยมผืนผ้า  สำหรับทำซอ2คัน  เพื่อจะได้แน่ใจว่าได้ไม้จากไม้ท่อนใหญ่จริงๆ   โดยเฉพาะไม้แอฟริกันแบล็กวูดไส้รานขนาดนี้  ไม้ต้องใหญ่มากๆ  ถึงจะตัดได้ขนาดที่ดิฉันสั่ง  ก็บอกแล้วว่าเรานิสัยเสีย  เริ่มด้วยมะเกลือหน้า9นิ้ว   รู้แล้วว่าไม้ใหญ่มวลแน่นกว่า  ทีนี้เจ้าคนขายนอกจากจะบ่นแล้ว ด่าอีกด้วย    แต่ก็น่ารักค่ะ  ก้มหน้าก้มตาตัดให้  โดยดิฉันต้องโอนเงินไปมัดจำก่อน นานมากๆๆๆๆๆๆ   ไม่ต้องอะไร  เอาแค่ปัจจุบันนี้เถอะ   ดิฉันโอนเงินไปเดือนกว่าแล้ว   สั่งไม้ทำซอด้วง  ไม้ทำกระบอกซอ   ไม้ทำขลุ่ย  ไม้ทำปี่  ผ่านมาเดือนกว่า  เมื่อวานซืนโทรไปถาม  ได้แค่กระบอกซอ1กระบอก  ที่เหลือยังไม่ได้  อยากรู้นักว่าถ้าตัดไม้ทำทวนไม่ได้  แล้วจะตัดกระบอกซอมาทำสวรรค์อะไร   น่าโมโห 

ตอนเอาไม้มาแรกๆ  ดิฉันก็เปิดขายไม้ดิบนะคะ  แต่มีคนซื้อไม่เยอะหรอกค่ะ  อาจจะเพราะคิดว่าหาเองได้  บางคนก็ไม่รู้ข่าว  มารู้ตอนหลังดิฉันก็เลิกขายไม้ไปแล้ว   บอกตรงๆที่ต้องเลิกขายเพราะว่า  มันไม่คุ้ม  เริ่มแรกดิฉันขายไม้ทำขลุ่ยท่อนละ 2,000 บาท  ฟังดูแพงนะคะ   แต่บอกเลยว่าต้นทุนเลยล่ะ   ต่อมาคนขายขอขึ้นค่าไม้ (พี่แกขึ้นแทบทุกรอบที่สั่ง  ล่าสุดนี่ก็ขึ้นอีกแล้ว)  ค่าขนส่งก็ขึ้น  เรทเงินก็ขึ้น  ล่าสุดไปขายซอในงานครูประเวชก็เลยเอาไปวางขายเพื่อให้ร้านคึกคัก  (แต่ขายไม้ไม่ออก  คนซื้อคงไม่รู้เอาไม้ไปทำอะไร  ขายได้แต่ซอกับขลุ่ย)  ล่าสุดขาย 3,000 บาท  ปัจจุบันไม่ขายแล้วค่ะ  ย้ำนะคะ  ไม่ได้ขายไม้แล้วค่ะ   บอกตรงอีกเหมือนกันว่ามันไม่คุ้ม   3,000บาทนี่กำไรนิดหน่อยค่ะ  แต่คุณลองคิดดู  ถ้าขนส่งมาแล้วไม้หายระหว่างทาง  ไม้ถูกยึด  เจ้าคนขายโกง  ฯลฯ  กำไรที่ได้มันไม่คุ้มค่ะ  เพราะแต่ละครั้งก็ไม่ได้ว่าจะได้มาเยอะแยะ   อีกอย่างเวลาขายไม้  คุณอาจจะคิดว่า 3,000บาทนี่สูงมากสำหรับราคาไม้1ท่อน   แต่ราคาไม้ตัวนี้มันแพงหูดับอย่างนี้แหละ   และเวลาคุณจะซื้อถ้ามาซื้อที่บ้านดิฉัน  คุณได้เลือกไม้  ถ้าคุณสั่งทางไปรษณีย์ดิฉันต้องส่งไม้ที่สวยที่สุด  ไม่มีตำหนิไปให้   แต่คุณก็เห็นไม้ดิบแล้ว  ไอ้ไม่มีตำหนิเลยน่ะหายาก  แต่ตำหนินั้นเวลากลึงออกก็จะหายไป  เพราะไม่กินเนื้อไม้ที่ใช้งาน   แต่(แต่อีกแล้ว)  แต่เวลาขายไม้ดิฉันต้องเลือกที่สวยที่สุดให้สมกับราคาที่คุณจ่าย 3000บาท  และเพื่อไม่ให้ความสัมพันธ์เสีย  เอาจริงๆแล้ว1ลอทมีไม้สมบูรณ์สวยประกวดนางงามได้ไม่กี่ท่อนหรอกค่ะ   ; พูดมาตั้งเยอะสรุปว่าไม่ได้ขายไม้ดิบแล้วค่ะ 

เงื่อนไขตอนซื้อไม้ของดิฉันคือ  ห้ามแตก ห้ามราน ห้ามมีกระพี้  ไอ้แตกกับรานน่ะ พอได้ตามสเปคอยู่  เพราะคุยกันแล้วว่าเอามาทำเครื่องดนตรี   และไม้แอฟริกันแบล็กวูดมันไม่แบล็กสมชื่อหรอกมันมีลาย  ลายมันสวยมาก  ไม่ต้องลงแล็กเกอร์  ลายถูกแดดหรือกลางคืนเอาไฟส่อง  จะออกเป็นสีทองในเนื้อสีดำ   เอาเป็นว่าไม้ตัวนี้โปะ ปะ ไม่ได้ ไม่เหมือนมะเกลือหรือดำดง  รานจนฉีกก็โปะได้  เงื่อนไขอีกข้อคือกระพี้  ซึ่งก็ติดบ้างนิดหน่อย  กลึงออกก็หายไป  เพราะดิฉันสั่งตัดไม้เป็นสี่เหลี่ยม  มีพื้นที่กลึงออกได้   ก็ขลุ่ยมันกลมนี่นะ  แต่ในเงื่อนไขไม่ได้คุยกันเรื่องแหว่ง  แม่จ้าว...อยากฆ่าคนจริงๆ  ถึงจะไม่มีผลต่อเนื้องาน   ก็อย่างที่บอกว่าไม้ตัวนี้โปะ ปะไม่ได้   แต่เวลาดิฉันจ่ายเงินก็จ่ายเต็มนี่นา  อุตส่าห์ให้ตัดมาเผื่อๆ  พี่แกก็ฉลาด  เพราะรู้ว่าเผื่อแล้ว  แหว่งนิดแหว่งหน่อยไม่เป็นไร  คงคิดว่า "ตัดให้ก็บุญแล้ว" 



  โดย thongyod วันที่ 22 มี.ค. 2557 : 7:54:53 PM น. IP : 171.99.159.39

ความคิดเห็นที่ 17

สองวันก่อนยุ่งกับการอัดเสียงปี่ไม้แอฟริกันแบล็กวูดค่ะ 

หลังจากที่ลงในเฟสไป  มีคำถามเรื่องการเปรียบเทียบไม้ดำตามมา  ถ้าใครได้อ่านข้างบนแล้วคงจะทราบบ้างนะคะ 

ดิฉันขอสรุปอีกทีจากประสบการณ์และความคิดเห็น

ไม้มะเกลือให้เสียงจ้า  ทำซอออกมาส่วนใหญ่เสียงดัง  แต่ไม่น่าเอามาทำเครื่องเป่าเพราะมะเกลือรานง่าย  เครื่องเป่าเช่นขลุ่ยหรือปี่ ถ้ารานก็จบกัน 

งิ้วดำ  (ใครจะเรียกพญาหรืออะไรก็แล้วแต่  สำหรับดิฉันไม้ก็คือไม้  ทุกไม้มีความสำคัญในตัวเองทั้งหมด  อยู่ที่เหมาะจะเอามาทำอะไรเท่านั้นเอง  ส่วนเรื่องต้องมีบุญที่ได้ครอบครองนั้น  ขอเพียงคุณมีเงิน  มีคอนเนคชั่นติดต่อซื้อได้  คุณก็ได้ครอบครอง  อย่างนี้ถือว่าเป็นบุญมั๊ยคะ)  ดิฉันยังไม่ได้เอางิ้วดำมาทำเครื่องดนตรี  เพราะดูจากเนื้อไม้ที่เงาสวย เนื้อละเอียด แต่เปราะ  น่าจะเสี่ยงกับการราน 

ไม้แอฟริกันแบล็กวูด  ให้เสียงดัง ช่วงเสียงกว้าง  มีกังวาลของเสียง  ไม้แข็ง มวลแน่นและที่สำคัญคือ"เหนียว"  สบายใจเรื่องการแตกรานของไม้ดำตัดไปได้เลย 

เปรียบเทียบเสียงแบบง่ายๆนะคะ  เมื่อวานพี่สมนึก แสงอรุณ ทดสอบปี่ไม้3ชนิด  คือไม้ชิงชัน  ไม้มะริด  ไม้แอฟริกันแบล็กวูด  สถานที่คือโรงเรียนดนตรีสาธุการ  ปิดประตูหน้าต่างทั้งหมด  เสียงปี่ไม้ชิงชัน และไม้มะริด  ไม่ทะลวงหู  พอเป่าไม้แอฟฯ เหมือนมีอะไรไปจี๊ดๆในหู 

เคยเปรียบเทียบเสียงซอด้วงด้วยโปรแกรมทดสอบเสียง  เสียงซอไม้ชิงชันทำให้กราฟหยักต่ำๆ  แต่ไม้แอฟฯทำให้กราฟหยักกว้างมาก  มากกว่าไม้ชิงชันหลายเท่าตัว 



  โดย thongyod วันที่ 26 มี.ค. 2557 : 10:57:24 AM น. IP : 171.99.156.26

ความคิดเห็นที่ 18

ช่วงนี้งานยุ่งค่ะ  อีก3วันจะมาเล่าต่อนะคะ  

ตอนนี้มีเรื่องไม้แอฟฯมาเล่าเล็กน้อยค่ะ  วันก่อนติดต่อกับคนขาย  เขาบอกว่า  ลอทต่อไปจะขึ้นราคานะ (อีกแล้ว  ขึ้นมันทุกลอท)  ดิฉันก็ถามไปว่าขึ้นเยอะมั๊ย  ใจน่ะคิดว่าปัดเศษเท่านั้นมั๊ง  เพราะความสัมพันธ์ก็ดี  ไม่น่าจะโหด

เขาตอบว่า "ไม่เยอะหรอก  แค่หนึ่งในสี่  หรือหนึ่งในห้าเท่านั้นเอง"  

โห...ใครสั่งใครสอนให้คิดแบบนี้  โดยเฉพาะคำว่า"เท่านั้นเอง" ไม่ควรใส่ในประโยคนี้เลย  มันตั้ง 20-25 เปอร์เซ็นต์นะ   ใครจะไปซื้อไหว 

เข้าใจเขานะ  ค่าไม้แพงขึ้น ค่าขนส่งแพงขึ้น  ค่าทุกค่าแพงขึ้น  แต่ราคาในบ้านเรามันทำไม่ได้ 

สรุปก็คือขายเท่าที่ขายได้   ถ้าขึ้นขนาดนั้นก็คงไม่เอาเข้ามา  ที่พูดนี่ไม่ได้เร่งให้คุณๆซื้อนะคะ   ดิฉันเป็นคนตรงๆพูดตามเนื้อผ้า  อีกอย่างคนจะซื้อเขาก็ซื้อเอง  คงไม่ใช่เพราะของจะหมดเลยเร่งซื้อหรอก  ไม่ใช่เรื่องการตุนอาหารช่วงสงคราม 

อ้อ..แล้วก็ไม่ได้หมดในวันสองวันนี้หรอกค่ะ   ปีนี้น่ะคงมีขายอยู่&n bsp;  

  โดย thongyod วันที่ 29 มี.ค. 2557 : 10:56:58 AM น. IP : 171.99.156.26

ความคิดเห็นที่ 19

ไม้ตัวนี้  ดิฉันเรียกว่า "งิ้วดำ" 

แล้วก็ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาพิสูจน์   เพราะแม้แต่คนส่งไม้จากลาวมาให้ดิฉัน  ยังไม่เคยเห็นต้นงิ้วดำของแท้เลย  เอาลงจากเขาก็ส่งต่อกันมา 

เพราะฉะนั้นใครจะตั้งนิยาม  ตั้งกฎเกณฑ์  ตั้งสมมติฐานว่างิ้วดำเป็นอย่างนั้นอย่างนี้  มันเรื่องของคุณ  บางคนตั้งกฎเกณฑ์ตามไม้ที่มีอยู่ในครอบครอง   บางคนเชื่อผู้อื่นบอกกล่าวมา   บางคนเชื่อเพราะเคยอ่านพบ 

ส่วนตัวดิฉัน   ดิฉันเชื่อตามสายตาที่เห็น  และมีความเชื่อส่วนตัว  โดยคิดเอาเองว่าคนสมัยก่อนที่เอาไม้มาทำเครื่องลางของขลัง  คงไม่เอาไม้เหม็น  ไม้กลิ่นฉุนมาทำเครื่องลางเพื่อเซ่นไหว้หรือสวมใส่ติดตัวเป็นแน่  

ไม้งิ้วดำสำหรับความเชื่อของดิฉัน  "ต้องไม่เหม็น  ไม่มีกลิ่นฉุน" หรืออย่างน้อยกลิ่นก็ควรจะพอรับได้เมื่อนำมาพกติดร่างกาย     

ยังไม่ไปถึงไหน  แค่เรื่องกลิ่นเรื่องแรก  ความคิดของดิฉันคงไม่ตรงกับใครอีกหลายๆคนแล้วล่ะค่ะ     

* ในรูปถ่ายกลางแดด  ทำให้ไม้เป็นประกายระยับ  ถ้าให้เดา  คาดว่าน่าจะเป็นผลของแร่ธาตุที่อยู่ในเนื้อไม้   เพราะไม้ท่อนนี้เป็นครึ่งหนึ่งของไม้งิ้วดำที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 16-18 นิ้ว * 



  โดย thongyod วันที่ 01 เม.ย. 2557 : 5:10:32 PM น. IP : 171.99.156.26

ความคิดเห็นที่ 20

คุยกันเรื่องกลิ่นนี่พูดยาก 

เหม็น - หอม ตรงกันข้ามขนาดนี้ยังเอาเกณฑ์มาวัดยากเลย  

งิ้วดำที่ดิฉันมี  มี2กลิ่น  ไม่แตกต่างกันราวกับฟ้าดิน แต่แตกต่างกันพอรู้สึกได้  ต้องบอกก่อนว่าไม้มาจากแหล่งเดียวกัน  แต่ขึ้นในที่ดอน  ที่ลุ่ม  ความเล็ก-ใหญ่ของไม้  ไม้ทิ้งไว้นานจนล่อนแก่น หรือไม้ค่อนข้างสด  ที่ใช้คำว่าค่อนข้างสดเพราะจริงๆมันไม่สดหรอก  แต่กว่าจะส่งเขาจะปาดจนแทบไม่เห็นกระพี้  แล้วค่อยส่ง  ไม่เหมือนดำดง  ถ้าไม่ได้ตัดท่อนสี่เหลี่ยมทำขลุ่ย  ถ้าเป็นท่อนกลมมักมีกระพี้ให้เห็นเสมอ  ก่อนจะนอกเรื่องเอาเป็นว่าปัจจัยต่างๆทำให้ไม้มีกลิ่นแตกต่างกันนิดหน่อย 

เรื่องนี้คนเล่นไม้จะรู้ดี  เอาแค่ไม้พยุง  ลองดมดูเถอะ  แม้จะมีเอกลักษณ์ของกลิ่นไม้พยุง  แต่ก็ไม่ได้เหมือนกันเป๊ะ  ยิ่งถ้าเป็นเสาเก่า  ต้องขูดหาหวยจนกินเนื้อลึกหน่อยถึงได้กลิ่น 

กลับมาเรื่องเดิมอีกที  จากการพิสูจน์กลิ่นทำให้พบว่า

ถ้าไม้ท่อนเล็ก (ประมาณต่ำกว่า 5 นิ้ว)  ล่อนแก่น  ผ่าแล้วจะมีกลิ่นเหมือนผิวส้มจางๆ  จางมากๆ ไม่ฉุน พูดให้ตรงที่สุดก็คือ  คล้ายๆเอาเปลือกผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว  เช่นส้ม มะนาว มะกรูดมาตากแห้ง  การพิสูจน์คราวนั้นดิฉันต้องเสียไม้หน้า 5 นิ้ว  ยาว90ซม.ไป  เพราะเพื่อความชัวร์  ผ่ากลางพิสูจน์ทั้งเนื้อไม้ข้างในและกลิ่นข้างในจริงๆมันซะเลย  

ถ้าเป็นไม้ท่อนใหญ่  กลิ่นจะเหมือนอากาศสดชื่น  อันนี้สัมผัสได้แบบไม่ได้ตั้งใจ  เพราะเอาไม้ไว้ในบ้าน  นายทองหยอดบอกว่าได้กลิ่นไม้งิ้วดำ   ดิฉันยังว่าเขาโม้เลย  เพราะดิฉันไม่ได้กลิ่น  ต่อมาเช้าวันหนึ่งดิฉันเปิดประตูบ้านออกมา  ก็ได้กลิ่นเหมือนเดินไปในทุ่งหญ้ากว้าง  เห็นกลิ่นหญ้าสดโชยมาจากงิ้วดำที่ดิฉันวางไว้นอกบ้านตรงโรงรถ  

วันนี้แค่นี้ก่อนนะคะ  งานเพียบเลยค่ะ 



  โดย thongyod วันที่ 01 เม.ย. 2557 : 5:37:16 PM น. IP : 171.99.156.26

ความคิดเห็นที่ 21

พูดถึงการเกิดเป็นไม้งิ้วดำนี่ก็น่าสงสารนะคะ    

พอเวลาใครบอกว่ามีไม้งิ้วดำ  คำพูดตามมาคือ 

- ของจริงหรือเปล่า

- ใช่จริงๆเหรอ

- ไม่ใช่หรอก

- ไม่เชื่อ

- ฯลฯ 

หรือถ้ามีคนจะขายงิ้วดำ  คนขายน่าสงสารกว่า  เพราะจะเจอคำว่า

- จริงหรือเปล่า 

- ไม่จริงคืนนะ 

*********

ทำไมคะ  พูดอย่างกับการมีไม้งิ้วดำในครอบครองมันจะทำให้คนมีลอยขึ้นฟ้า  จับดวงดาวได้งั้นแหละ   ถึงต้องฟาดฟันกันซะเหลือเกิน  ไม้มันก็คือไม้  คุณมีเงินมีคอนเนคชั่นก็ซื้อได้ 

แล้วในความเป็นจริง  อะไรคือ"งิ้วดำ"  จะพิสูจน์กันยังไง  ไม่ใช่กินยาอีแล้วฉี่ม่วงนะ

ไอ้ทฤษฏีพิสูจน์แช่น้ำน่ะ   ดิฉันเอาไม้ดำดงชาติกำเนิดเขมร  เนื้อหยาบไร้เงาโดยสิ้นเชิงมาแช่ทั้งน้ำเปล่าทั้งแอลกอฮอล์  ผลคือได้เหมือนการพิสูจน์ผลงิ้วดำของบางคน 

ถ้าจะให้พิสูจน์ด้วยกลิ่น  ก็บอกแล้วว่าดิฉันไม่เชื่อ  ใครจะเอาของกลิ่นแรง กลิ่นฉุน กลิ่นเผ็ดไปแขวนคอ  แกะพระเขายังเลือกไม้หอม  เช่นไม้แก่นจันทน์  ไม้จันทน์หอมเป็นต้น 

ตอนที่ดิฉันได้ไม้มา  เขาก็บอกว่างิ้วดำ   ก่อนซื้อดิฉันไม่ได้พิสูจน์อะไรหรอก  เพราะแค่มองด้วยตามันก็ต่างจากดำดงที่เอามาทำขลุ่ยอยู่แล้ว   เรื่องกลิ่นน่ะมาพิสูจน์และได้กลิ่นโดยบังเอิญภายหลัง  

ดิฉันซื้อไม่ใช่เพราะความเชื่อว่าเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์  หายาก ฯลฯ  แต่ซื้อเพราะชอบเนื้อไม้  น้ำหนักดี  (คือหนักมาก)  เนื้อไม้ละเอียด  เป็นเงา  แต่เรื่องความเหนียวถ้าเทียบกับไม้แอฟริกันแบล็กวูดล่ะก็เทียบไม่ได้  ถ้า เทียบกับไม้ดำอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นมะเกลือหรือดำดง  บอกได้เลยว่าทั้งมะเกลือทั้งดำดงชิดซ้ายไปเลย   มะเกลือแตกราน  ดำดงไม่แตกเท่าแต่เนื้อหยาบ 

ที่ผ่านมาดิฉันขายแต่ไม้ท่อน  คือได้มาก็ขายไป  แล้วก็ขายให้กับลูกค้าที่เขาเอาไปแกะพระ   ไม่เคยขายให้คนวงการดนตรี   และไม่เคยเอามาทำเครื่องดนตรี  เพราะมีไม้แอฟริกันแบล็กวูด  ซึ่งดีกว่าไม้ดำชนิดอื่นๆอยู่แล้ว  แต่พูดๆไปก็น่าจะเปิดลองทำดูเหมือนกัน   นายทองหยอดน่ะเขาอยากเปิดมานานแล้ว   เขาอยากทำซอ  ดิฉันห้ามไว้เอง  เพราะคิดว่าไม้งิ้วดำน่าจะเอามาแกะสลักสวยกว่า  ด้วยเนื้อที่เนียน ดำสนิท ขึ้นเงาชัดเจน 



  โดย thongyod วันที่ 03 เม.ย. 2557 : 4:01:48 PM น. IP : 110.171.22.195

ความคิดเห็นที่ 22

อย่างที่บอกแต่ต้นแล้วว่า  ไม่เคยเอาทฤษฏีของใครมาเป็นเกณฑ์  เพราะฉะนั้นงิ้วดำของดิฉัน  เลยขายเฉพาะคนที่มีความคิดไปในทางเดียวกัน  ไม่ต้องให้ใครมาพิสูจน์  เพราะบอกแล้วว่ามันพิสูจน์แบบยาอีไม่ได้ 

คนนึงก็สูตรนึง   อีกคนก็อีกสูตร 

คนที่หนึ่งบอกว่านี่คืองิ้วดำ  คนที่สองบอกว่าไม่ตรงสูตรฉัน  ไม่ใช่งิ้วดำ  สุดท้ายก็ผิด...ผิดใจกันเอง  ไร้สาระสิ้นดี 

ต้นงิ้วดำก็เป็นความเชื่อ  ต้น"งิ้ว"จริงๆไม่ดำ  ไม่มีแก่นด้วยซ้ำไป  เพราะฉะนั้นต้น"งิ้วดำ"จริงๆมีหรือไม่  ไม่มีใครตอบได้  เอาเป็นว่าดิฉันไม่เคยเห็นกับตา  สิ่งที่ไม่เคยเห็นกับตาจะบอกว่าไม่มีจริงก็ไม่ได้  

ดิฉันได้เล่าให้ฟังเรื่องกลิ่นไปแล้ว   แต่ขอบอกว่าบางทีภาษามันก็จำกัดนะคะ  บางอย่างอธิบายยาก  อย่างเรื่องกลิ่นนี่ก็เหมือนกัน  แต่ก็พยายามเรียบเรียงให้ใกล้เคียงที่สุดแล้วค่ะ 

ทีนี้มาดูเรื่องเนื้อไม้กันบ้าง  ตัวที่เด่นที่สุดคือความเงา  เงาแบบไม่ต้องขัด  เนื้อไม้ตรงที่ไม่ใช่ไม้ฉีก  หรือไม้ผุจากการทิ้งล่อนแก่น  จะเงามาก  เงาเรียบเนียน  อันนี้หาไม่ได้ในไม้ดำดง  และมะเกลือ 

ท่อนใหญ่มีความเรียบเนียนเงามากกว่าท่อนเล็ก   ท่อนเล็กเนื้อไม่แน่นเท่าท่อนใหญ่  อันนี้ก็เป็นธรรมชาติของไม้อยู่แล้ว  เพราะไม้ท่อนใหญ่  หรือไม้ส่วนลำต้น  มวลมากกว่าไม้กิ่ง หรือไม้ที่มาจากต้นเล็ก 



  โดย thongyod วันที่ 03 เม.ย. 2557 : 8:09:02 PM น. IP : 110.171.22.195

ความคิดเห็นที่ 23

ไม้ท่อนนี้ทิ้งให้ร่อนแก่น  เพราะฉะนั้นผิวนอกจะค่อนข้างผุ  แต่เมื่อใช้มีดถากผิวที่ผุออก  ก็จะเรียบเนียนและขึ้นเงา



  โดย thongyod วันที่ 05 เม.ย. 2557 : 8:46:28 AM น. IP : 171.99.156.146

ความคิดเห็นที่ 24

หน้าตัดที่เพิ่งตัดใหม่จะเนียนเรียบ  เงาเช่นกัน  

สังเกตเนื้อไม้ด้านบนถึงไม่เรียบแต่ก็ไม่ด้าน



  โดย thongyod วันที่ 05 เม.ย. 2557 : 8:49:06 AM น. IP : 171.99.156.146

ความคิดเห็นที่ 25

เศษไม้จากการมือบอนของนายทองหยอด  

ดำและถ้าสังเกตดีๆจะมีความเงาอยู่ในเนื้อ 



  โดย thongyod วันที่ 05 เม.ย. 2557 : 8:53:54 AM น. IP : 171.99.156.146

ความคิดเห็นที่ 26

นี่ก็เศษจากการคุ้ยเนื้อไม้ด้านใน  จากไม้ที่ปล่อยล่อนแก่น  จนไม้แตกแล่ง 

ไหนๆก็แตกแล้ว  เลยคุ้ยเล่นซะ



  โดย thongyod วันที่ 05 เม.ย. 2557 : 8:58:52 AM น. IP : 171.99.156.146

ความคิดเห็นที่ 27

แตกแบบนี้ไง   นายทองหยอดเขาก็เอาตะไบแทรกเข้าไปถูๆๆๆๆ 



  โดย thongyod วันที่ 05 เม.ย. 2557 : 9:15:14 AM น. IP : 171.99.156.146

ความคิดเห็นที่ 28

ลองเปรียบเทียบนะคะ  นี่คือหน้าตัดของไม้ดำดงเนื้อดี 



  โดย thongyod วันที่ 05 เม.ย. 2557 : 9:21:31 AM น. IP : 171.99.156.146

ความคิดเห็นที่ 29

นี่คือหน้าตัดของงิ้วดำของดิฉัน 



  โดย thongyod วันที่ 05 เม.ย. 2557 : 9:23:38 AM น. IP : 171.99.156.146

ความคิดเห็นที่ 30

ทีนี้ก็มาถึงเรื่องที่ทำให้ดิฉันประหลาดใจบ้าง  งานนี้ต้องพาดพิงไปถึงครูณพ กตวาทย์  (facebook : nopnorphai kluinorphai) ครูณพเป็นเพื่อนต่างรุ่นที่ดิฉันเคารพ  เชี่ยวชาญเรื่องไม้  เวลามีปัญหาเรื่องไม้  ครูณพจะเป็นคนแรกที่ดิฉันนึกถึง 

เรื่องของเรื่อง  จากความมือบอนของนายทองหยอด (อีกนั่นแหละ)  หลังจากที่พิสูจน์ด้วยการขุดคุ้ยแคะ   ได้เศษไม้ออกมาเลอะบ้านเล่นเป็นสีดำสนิท 

ทีนี้ก็เอามีดมาปาดเนื้อไม้เล่นบ้าง   ปาดไปปาดมาไปเจอนี่เลยค่ะ  ดูภาพก่อน



  โดย thongyod วันที่ 05 เม.ย. 2557 : 9:39:28 AM น. IP : 171.99.156.146

ความคิดเห็นที่ 31

แน่นอนค่ะ  ดิฉันก็ร้องเจี๊ยกกก   แล้วโทรหาครูณพทันที 

ข้อความต่อไปนี้   เข้าเรทรุนแรงนะคะ  ดิฉันพยายามลดดีกรีลง  แต่เพื่อให้เห็นภาพอาจจะมีคำระคายเคืองหูบ้าง 

* "ครู"

 - "ว่า"

* "ฉิบหายแล้ว ทำไมงิ้วดำมันปาดออกมาเป็นสีเหลืองง่ะครู"

- "อ๋อ  ไม้ล่อนแก่นน่ะสิหล่อน"

* "ใช่ๆๆครู  ได้ไม้ล่อนแก่นมา"  (ตอนนั้นก็คิดอยู่เหมือนกันว่า  ตาทิพย์หรือไงยะ)

-  "มันก็อย่างนี้แหละ  ไม้งิ้วดำมันมีคุณสมบัติดูดแร่ธาตุในดิน   ยิ่งล่อนแก่นแสดงว่าฝังอยู่ในดิน  ก็เลยเป็นอย่างนี้แหละ" 

***************

ข้อความข้างบนตัดตอนมาจากคำสนทนา   แล้วคุณจินตนาการเสียงลำโพงรอบทิศของดิฉันนะคะ  จะได้สมจริงสมจัง 

**  ในรูปชื่อ "ตีนโต"  ไม่เกี่ยวอะไรด้วยหรอกค่ะ  ให้มันมีส่วนร่วมหน่อยนึง  **

 



  โดย thongyod วันที่ 05 เม.ย. 2557 : 9:48:17 AM น. IP : 171.99.156.146

ความคิดเห็นที่ 32

หลังจากปาดไปเจอสีเหลืองอยู่ในเนื้อไม้แล้ว  ดิฉันก็วนเวียนดู

นี่คือภาพถ่ายหลังจากผ่านมา 1 เดือน 



  โดย thongyod วันที่ 05 เม.ย. 2557 : 9:50:20 AM น. IP : 171.99.156.146

ความคิดเห็นที่ 33

ที่น่าแปลกคือไม่ได้เป็นไส้ใน   เพราะขูดเนื้อไส้ในออกก็ดำสนิท 

ปาดจุดอื่นๆ ....  ก็ดำสนิท  ขึ้นเงา 

มีเฉพาะบางจุดเท่านั้นที่เป็นสีเหลืองสดใสเป็นเส้นตามเสี้ยนไม้อย่างที่เห็น 

และก็ดำขึ้นตามกาลเวลา  จริงอย่างที่ครูณพพูด  "ปล่อยทิ้งไว้เดี๋ยวก็ดำเอง" 

**  รูปนี้ถ่ายเมื่อกี๊นี้  หลังจากผ่านมา 4 เดือน **

คำเอ่ยอ้างพาดพิงทั้งหมดถึงครูณพ  ได้ขออนุญาตครูณพแล้ว 

* "ครู" 

- "ว่าไงหล่อน"

* "ปลากำลังเขียนเรื่องไม้ ซอ ขลุ่ยของที่บ้าน  พอดีมาถึงเรื่องงิ้วดำ  ปลาเอ่ยชื่อครูกับลงเฟสของครูด้วยนะ"

- "เอาสิ  ตามสบายน้องสาว"  (เวรกรรม  ชั้นน่ะรุ่นลูกนะยะ) 

* "งานนี้อาจเจอคนด่านะครู" 

-  "เอาเลยไม่มีปัญหา" 

***  ขอบคุณค่ะครู  เอาเป็นว่าถ้าใครสนใจเรื่องไม้ชนิดใดก็ตาม  ไปขอความรู้จากครูณพได้  ครูณพเคยเดินป่าหาไม้ (เรื่องหาไม้คงเป็นข้ออ้าง  อยู่ในเมืองไม่ได้ถูกเขาไล่เข้าป่าน่ะเรื่องจริง..5555)  ครูณพหาไม้ขาย  รู้จักไม้  รู้จักแหล่งไม้  ซื้อขายไม้  ครูณพไม่ได้แก่แต่อายุ  ประสบการณ์ก็แก่กล้าตามอายุไปด้วย  แต่ที่พี่แก (แกอยากเป็นพี่)  แย่ที่สุดแย่มากๆ  คือไม่เคยจำไม้แอฟริกันแบล็กวูดได้เลย  

พี่แกมักพูดว่า  "อเมริกาแบล็กวูด"  

เฮ้อ...เปลี่ยนทวีปเขาซะงั้น   

 

 



  โดย thongyod วันที่ 05 เม.ย. 2557 : 10:01:26 AM น. IP : 171.99.156.146

ความคิดเห็นที่ 34

ต่อไปเป็นเรื่องของ..... กระพี้ 

ปกติไม้ที่ได้มาจะล่อนแก่น   ไม่มีกระพี้เลย ไม่เหมือนกับดำดง  ส่วนใหญ่แล้วจะมีกระพี้ให้เห็นไม่ มาก็น้อย  ความจริงแล้วหุ้มมาก็ดีเหมือนกันนะ  เพราะว่าผิวจะได้ไม่แตก   แล้วก็อยากรู้เหมือนกันว่ากระพี้เป็นยังไง   สีอะไร  เพราะว่าเคยมีคนบอกว่า  "กระพี้สีทอง" 

ดิฉันเองน่ะ  ไม่ค่อยเชื่อคำว่า "สีทอง" ของแต่ละคนหรอก  บางทีอาจจะพูดเพื่อให้สินค้าของตัวเองดูดีมีราคาขึ้น    ก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่ชี้ว่าไม้ดำของคนอื่น (ทุกคน)เป็นมะเกลือบ้าง  ดำดงบ้าง  มีแต่ของตัวเองที่เป็นงิ้วดำ   ทีนี้พอคนพูดเป็นคนที่ผู้คนให้ความนับถือจะนับถือเพราะคุณสมบัติใดก็ตาม   ผู้คนก็เชื่อ  เพราะคนเราน่ะไม่ค่อยนิยมยกคนอื่นอยู่แล้ว  ...  เพราะมันหนัก 

หรือถ้าไม้ของคนอื่นเป็นงิ้วดำ  แล้วไม้ของเขาที่บอกว่างิ้วดำแต่ไม่เหมือนคนอื่นล่ะ  จะเป็นอะไร  อันนี้มันเรื่องของผลประโยชน์แล้วล่ะ 

กลับมากระพี้ของเราต่อดีกว่า  บังเอิญได้ไม้มาลอทหนึ่ง  กระพี้สีในรูปนี้แหละ  เหลืองอ๋อย  อย่างนี้หรือเปล่าทีเขาเรียกว่าสีทอง   แต่ก็ช่างเถอะ  จะเรียกว่าสีอะไรก็ได้  อย่างน้อยดิฉันได้เห็นกระพี้ไม้งิ้วดำแล้ว   ดิฉันบอกแล้วว่าไม้ก็คือไม้  การที่ดิฉันจะมี"ไม้งิ้วดำ"หรือไม่มีนั้นมันได้ทำให้ดิฉันเป็นเทวดาขึ้นมาหรอก    ดิฉันแค่ดีใจที่ได้ครอบครองไม้สวย   เพราะงิ้วดำของดิฉันสวย   ถ้าดิฉันได้ครอบครองไม้ที่"คนอื่น"เรียกว่า "งิ้วดำ" แต่ด้านเท่ากับดำดงแล้วล่ะก็  ดิฉันขอให้งิ้วดำเป็นงิ้วดำของดิฉัน  และเพื่อนฝูงที่มีแนวคิดเหมือนกันดีกว่า  ไม่จำเป็นต้องไปเปลี่ยนความคิดใคร   เพราะตอนนี้เศรษฐกิจแย่  หากินลำบากอยู่แล้ว  จะไปตัดทางทำมาหากินคนอื่นให้เป็นบาปไปทำไม

แล้วก็ขอย้ำอีกทีว่า  ไม้แต่ละชนิดมีคุณสมบัติของตัวเอง 

ดิฉันภาคภูมิใจที่ได้ไม้แอฟริกันแบล็กวูดสำหรับมาทำทวนซอแบบไม่ต้องต่อ  เพราะไม้แอฟฯตัดยาก 

เท่ากับดิฉันภาคภูมิใจที่ได้ไม้ชิงชันลายละเอียดสวยเนียนดูดี๊ดูดี  สีไม่ชะเวิบชะวาบ  อย่างที่เห็นในปัจจุบัน  และไม้ที่ดิฉันลายดูดีนี้  ปัจจุบันก็หายากแล้วด้วย  เพราะตอนที่ได้มานั้นมันเป็นเสาบ้านเก่า   ปัจจุบันหาเสาบ้านเก่าไม้ชิงชันยาก   มีแต่ไม้ตัดใหม่  สีเจ็บสะใจ  แต่ดิฉันไม่ชอบ 

ดิฉันภาคภูมิใจกับการมีไม้พะยูงดำ  สีเนียนกลมกลืน 

เท่ากับดิฉันภาคภูมิใจที่มีงิ้วดำ  ที่มีความดำมันเงา  และไม่จำเป็นต้องให้ใครพิสูจน์  เพราะถ้าเราไม่เชื่อสายตา  เชื่อทฤษฏีของเรา  แต่กลับไปเชื่อคนอื่น  โดยที่จริงๆแล้วสิ่งนี้มันพิสูจน์ไม่ได้  บอกแล้วมันไม่สามารถพิสูจน์เหมือนกินยาอีแล้วฉี่ม่วง  ก็โง่ล่ะ  เพราะเท่ากับเอาความเชื่อของคนอื่นมาเป็นบรรทัดฐานความคิดของเราเอง 



  โดย thongyod วันที่ 07 เม.ย. 2557 : 3:13:08 PM น. IP : 171.99.156.146

ความคิดเห็นที่ 35

เปรียบเทียบกันให้ชัดๆ 

ซ้ายน่ะ "ดิฉันเรียกว่า" ดำดง 

ขวาน่ะ "ดิฉันเรียกว่า" งิ้วดำ

ดำดงไม่ได้มีกระพี้สีเดียวหรอกค่ะ  หลายสี  สีเข้มกว่านี้ก็มี  เดี๋ยวว่างๆจะถ่ายรูปให้ดู  ในบ้านมีหลายท่อนอยู่   แต่งิ้วดำมีกระพี้สีเดียว 

 



  โดย thongyod วันที่ 07 เม.ย. 2557 : 3:18:23 PM น. IP : 171.99.156.146

ความคิดเห็นที่ 36

อย่างนี้เขาเรียกไม้มะเกลือ



  โดย thongyod วันที่ 07 เม.ย. 2557 : 4:51:18 PM น. IP : 171.99.156.146

ความคิดเห็นที่ 37

มะเกลือค่ะ  หาที่หน้าตัดธรรมชาติ(ไม่ได้ขัด) เนียนที่สุดให้ดูแล้วค่ะ 



  โดย thongyod วันที่ 07 เม.ย. 2557 : 4:52:20 PM น. IP : 171.99.156.146

ความคิดเห็นที่ 38

มะเกลือค่ะ  แก่นใหญ่ขนาดนี้ไม่ใช่หาง่ายๆ  มะเกลือไม่ได้มีแก่นทุกต้น 

แต่ถึงยังไงก็ไม่มีความเงาวาวเหมือนงิ้วดำอยู่ดี 



  โดย thongyod วันที่ 07 เม.ย. 2557 : 4:54:16 PM น. IP : 171.99.156.146

ความคิดเห็นที่ 39

เพิ่งสังเกตเห็น   นี่คือภาพแรก



  โดย thongyod วันที่ 07 เม.ย. 2557 : 9:53:36 PM น. IP : 171.99.156.146

ความคิดเห็นที่ 40

ภาพนี้ถ่ายห่างจากภาพแรก 1 เดือน



  โดย thongyod วันที่ 07 เม.ย. 2557 : 9:54:47 PM น. IP : 171.99.156.146

ความคิดเห็นที่ 41

นี่คือภาพที่ 3 

สังเกตดูนะคะ  นอกจากสีที่เปลี่ยนแปลงไป 

.....   เนื้อไม้งอกออกมาด้วย  .....

ดีแฮะ  รักษาแผลตัวเองได้ด้วย  เก่งจัง



  โดย thongyod วันที่ 07 เม.ย. 2557 : 9:56:42 PM น. IP : 171.99.156.146

ความคิดเห็นที่ 42

ดำดง  ทั้งกระพี้ขาว และสีชมพู 

ไม้ทั้งหมดอยู่ในบ้านมาเป็นปีแล้ว  กระพี้ไม่เปลี่ยนสีแล้ว



  โดย thongyod วันที่ 08 เม.ย. 2557 : 8:21:12 PM น. IP : 171.99.156.146

ความคิดเห็นที่ 43

งิ้วดำ  เมื่อเทียบกับก้อนถ่านหุงข้าว 



  โดย thongyod วันที่ 08 เม.ย. 2557 : 8:21:52 PM น. IP : 171.99.156.146

ความคิดเห็นที่ 44

ฉีกเนื้อไม้งิ้วดำ   เหลืองกระจ่างเลยค่ะ  

ฉีกเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2557



  โดย thongyod วันที่ 10 เม.ย. 2557 : 3:39:48 PM น. IP : 171.99.156.146

ความคิดเห็นที่ 45

รูปถ่ายวันนี้  10 เมษายน 2557  หลังจากรูปบน2วัน 

สีก็เปลี่ยนไปแล้ว  ปกติไม้เปลี่ยนสีไม่ใช่เรื่องแปลก  มะหาดก็เปลี่ยนได้ 

เคยผ่ามะหาด  ตอนแรกก็เหลืองอ่อน  ต่อมาก็ดำ  แต่นั่นเป็นลักษณะเหลืองในเนื้อไม้  คือเนื้อไม้เหลือง  และต่อมาดำเพราะอากาศทำปฏิกิริยา  แต่ต้องใช้เวลา  ไม่ใช่เปลี่ยนสีภายในวันสองวัน 

ลักษณะเนื้อไม้ก็ไม่เหมือนกัน  สีเหลืองของงิ้วดำเหมือนเป็นสายแร่ธาตุ  ไม่ใช่สีธรรมชาติในเนื้อไม้   เพราะเปิดออกมา ไม้ส่วนใหญ่เป็นสีดำ  มีสายแร่ที่ว่านี้เป็นเส้นๆ  แต่เนื้อไม้ไม่มีลวดลาย 

และที่สำคัญ  ไม้อื่นคงไม่ "งอก" มั๊ง 

 



  โดย thongyod วันที่ 10 เม.ย. 2557 : 3:48:03 PM น. IP : 171.99.156.146

ความคิดเห็นที่ 46

ต้องดูภาพนี้ค่อนข้างชัดเจน 



  โดย thongyod วันที่ 10 เม.ย. 2557 : 3:50:12 PM น. IP : 171.99.156.146

ความคิดเห็นที่ 47

ผ่านไป2วัน



  โดย thongyod วันที่ 10 เม.ย. 2557 : 3:50:52 PM น. IP : 171.99.156.146

ความคิดเห็นที่ 48

เปรียบเทียบไม้ดำ 4 ชนิด

ไล่จากใกล้ไปไกล  งิ้วดำ มะเกลือ แอฟริกันแบล็กวูด และไม้ดำโมแซมบิค

จากไม้งิ้วดำหน้า 9 * 6 นิ้ว  ยาวเมตรกว่า  เป็นไม้ผ่ากลางไส้  ไม่แน่ใจว่าเป็น1ใน3 หรือ1ใน4 ของต้น  หมายความว่าท่อนนี้เป็นไม้ไส้แตก  เขาก็ผ่าแบ่งไส้มาเลย  เป็นไม้ท่อนใหญ่มากๆ  ผ่าออกมาแล้วหัวไม้ยังวัดได้กว้าง 9 นิ้ว สูง 6 นิ้ว  

ลองมาตัดทำซอทำขลุ่ยดู  ผลคืองิ้วดำหนักมาก  ไม่คิดว่าจะหนักกว่ามะเกลือ  ผิดหวังนิดหน่อย  เพราะความจริงอยากให้เบากว่ามะเกลือ  สรุปแล้วน่าจะเอาไปทำไม้ตะพดดีกว่ามั๊ง  ไม่ต้องฟาด  แค่เคาะหัวก็แตกแล้ว 

คันที่สองจากด้านล่างถัดจากงิ้วดำ   เป็นมะเกลือท่อนใหญ่ที่พูดถึงใน คห.ด้านบน  เหลือแค่คันเดียว   จะว่าเหลือก็ไม่ได้  มีคนจองแล้ว เพิ่งกลึงเสร็จ  ต้องส่งไปทำสีรักจีนก่อน  ก็บอกแล้วว่ามะเกลือมันรานแหลก  คันนี้ออกมาไม่ราน  ไม้สมบูรณ์มาก  นี่ขนาดยังไม่ได้ทำสีนะคะ  แค่ขัดเตรียมเพื่อทำสี  ไม่มีโปะมีปะ  ไม่มีปกปิดริ้วรอย  แต่ระยะยาวก็ไม่แน่  ทางที่ดีทำสีรักจีนเพื่อปกป้องไม้ไว้ก่อนดีกว่า 

ตัวถัดขึ้นไปคือแอฟริกันแบล็กวูด  สุดยอดไม้สำหรับทำเครื่องดนตรี  ลอทนี้นอกจากทวนซออู้แล้วยังมีซอด้วงไม้มะเกลืออีกคันนึง   ไม่รู้นายทองหยอดเขาจะขายหรือเปล่า   ทวนเป็นของเก่า  (ไม้ลอทเดียวกันนี้แหละ)  ทำจากโรงงานช่างจ้อน  ส่วนกระบอกช่างชัยกลึงให้ใหม่   เสียงดีสไตล์ Thongyod Shop เสียงดัง ใส กังวาล  แต่เทียบกับแอฟฯไม่ติด  ยิ่งไม่ต้องเทียบกับซอของที่อื่น  เวลาคุณซื้อซอคุณต้องถามตัวเองว่าคุณซื้อ "เสียง" หรือซื้อ "ยี่ห้อ"  ร้านทองหยอดไม่ใช่ร้านใหญ่  ดิฉันก็แค่คนทำงานฟรีแลนซ์  นายทองหยอดก็ข้าราชการธรรมดา  ไม่ได้มีชื่อเสียงในวงการดนตรี  หรือวงการขายเครื่องดนตรี   แต่เราขายของคุณภาพ  ถามว่าสินค้าของเราแพงมั๊ย  บอกได้เลยว่า  สินค้าของเราราคาสูง  แต่ไม่แพง แพงคือขายเกินราคา  ราคาสูงคือของสิ่งนั้นราคาสูงอยู่แล้ว    เช่นคุณซื้อทอง  ทองสมัยนี้ 2หมื่นกว่าบาท   ถ้าเทียบกับสมัยที่ดิฉันยังสาวไม่ถึง4พันบาท  ราคาทองสูงขึ้นแน่  แต่ถามว่าแพงมั๊ย  ก็มันมีต้นทุนเป็นราคาทองโลกรองรับ  จะเรียกว่าแพงได้ยังไง

เหมือนอย่างไม้แอฟริกันแบล็กวูด  มันเป็นไม้ที่ได้ชื่อว่าแพงที่สุดในโลก& nbsp; นี่คือแปลเป็นภาษาไทยอย่างเข้าใจง่ายๆ   แต่ความจริงต้องบอกว่าเป็นไม้ที่ราคาสูงที่สุดในโลก   แค่ตัดเป็นขลุ่ยเป็นปี่ก็ยากแล้ว   ตัดเป็นซอนี่ยากยิ่งกว่ายาก  กว่าจะได้มาแต่ละคัน  ทะเลาะกับเจ้าคนขายอยู่นาน   ถ้าคุณอ่านตั้งแต่ข้างบนมา  จะบอกว่าที่ดิฉันบอกว่าจ่ายเงินไปแล้วยังไม่ได้ของน่ะ   ตอนนี้ก็ยังไม่ได้   เขาไม่โกงหรอกค่ะ  แต่มันตัดไม่ได้  ตัดมาข้างในราน  ตัดขนาดทำซอไม่ได้  ต้นทุนค่าไม้ค่าขนส่งก็แพง  แล้วที่สำคัญ .... หาที่อื่นไม่ได้  เราเองก็ขายของตามราคา   ก่อนตั้งราคาขาย  เราถามตัวเองแล้วว่า  "ถูกที่สุดที่จะขายได้แล้วไม่ขาดทุนคือเท่าไหร่"  จากนั้นก็ตั้งราคาออกมา   เพราะฉะนั้นเพื่อนฝูงที่มาอุดหนุนร้านเราจะรู้เลยว่า  เราขายของไม่ลดราคา   ก็ไม่ได้อยากให้รู้สึกว่าไม่มีน้ำใจหรอกนะคะ  แต่เราขายได้เท่านี้  ขายต่ำกว่านี้ไม่ได้  แล้วก็ไม่เคยเผื่อค่าโอกาส  

เช่น เรามั่นใจว่าซอเขาควายเผือก  นอกจากเราแล้วไม่มีใครทำได้แน่นอน  เราเองก็ทำได้แค่ 2-3 คัน  เก็บไว้เองหนึ่งคัน  ที่เหลือทำขาย  เราก็ตั้งราคาขายตามต้นทุนเขาควายเผือกที่แพงระยับ   ไม่ได้บวกค่าโอกาสเข้าไป  

ไม้แอฟริกันแบล็กวูดยังไม่มีใครเอามาทำซอ   เราทำเป็นรายแรก  และเชื่อว่าถ้าไม่ต่อไม้แล้วล่ะก็  คนอื่นคงทำยาก  แต่เราก็ตั้งราคาขายตามราคาต้นทุนไม้  ไม่ได้เผื่อค่าโอกาส

ตัวสุดท้ายไม้ดำโมซัมบิก  บอกตรงๆไม่รู้หรอกค่ะว่าไม้ตัวนี้ภาษาไทยเรียกว่าอะไร  เพราะยังไม่เคยเห็นในเมืองไทย   แต่ถิ่นกำเนิดมาจากโมซัมบิก  แล้วอยู่ในกลุ่มไม้ดำ  เลยใช้ชื่อนี้   ไม้ตัวนี้ตอนเป็นไม้ดิบสีเข้มกว่านี้   พอกลึงออกมาสีอ่อนลง   ช่างบอกว่าแข็งมาก (บ่นอีกแล้ว)  แต่ไม้ตัวนี้ยอมรับว่าแข็งจริงๆ  ไม่เหมือนไม้แอฟฯที่แข็งปนเหนียว   ไม้ตัวนี้แข็งเป๊ก  อ้อ.. ไม่ต้องเทียบกับมะเกลือหรอกนะคะ   มะเกลือเทียบไม่ติดหรอก 

ไม่ได้เอาไม้เข้ามามากหรอกค่ะ   เอามาทำได้แค่ 2-3 คัน ด้วยความช่างซื้อของดิฉัน  เลยเอามาแค่พอทำซอให้นายทองหยอดเขาเก็บเป็นคอลเลคชั่น   ความจริงไม้ตัวนี้เป็นไม้ใหญ่นะคะ  ทำโต๊ะได้เลยล่ะ  แต่ปัญหาก็เหมือนกับไม้ดำทั่วๆไป  คือหาสมบูรณ์ยากมาก  ปกติทำหน้าโต๊ะเขาก็โปะปะ  แล้วใช้สีช่วย   ไม้ท่อนนี้เขาก็อุตส่าห์ตัดให้แบบแทบไม่มีตำหนิ   เสร็จแล้วก็บ่น "ขาดทุน ขาดทุน"   เฮ้อ..เหนื่อยใจ  ดิฉันน่ะเป็นคนซื้อของไม่ค่อยต่อรองหรอก   เขาเป็นคนบอกราคาเอง  ดิฉันก็ไม่รู้ว่าราคามันควรเป็นเท่าไหร่  เพราะไม่มีเปรียบเทียบ พอมีเงินซื้อได้ก็ซื้อมา  ซื้อเสร็จก็ต้องมาฟังเขาบ่นแหลก  หลังจากนั้นเขาก็ไม่ตัดให้อีกเลย 



  โดย thongyod วันที่ 17 เม.ย. 2557 : 9:56:01 AM น. IP : 171.99.156.146

ความคิดเห็นที่ 49

เปรียบเทียบไม้งิ้วดำอีกซักครั้ง  รูปนี้คือถ่ายเมื่อหลายเดือนก่อน 



  โดย thongyod วันที่ 23 เม.ย. 2557 : 9:43:21 AM น. IP : 171.99.156.146

ความคิดเห็นที่ 50

ส่วนนี่ถ่ายเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2557 



  โดย thongyod วันที่ 23 เม.ย. 2557 : 9:44:34 AM น. IP : 171.99.156.146

หน้าที่ 1 2

 

แสดงความคิดเห็น
จาก
E-mail
รูปภาพประกอบ
คุณไม่ใช่สมาชิก ไม่สามารถแนบไฟล์ได้ สมัครสมาชิก | ล็อกอินเข้าระบบ
รูปภาพ (.jpg,.jpeg,.gif,.png) ขนาดไม่เกิน 100 Kb อื่นๆ (.pdf) ขนาดไม่เกิน 150 Kb
รายละเอียด
Security Code หากคุณเปิดกระทู้หลายหน้า ควรคลิก "ต้องการรูปภาพอื่น" อีกครั้ง
ต้องการรูปภาพอื่น
 




สอบถามรายละเอียดติดต่อ thongyod@hotmail.com หรือ 083-1368946