การแขวนพระเครื่อง ประจำปีเกิด
(( ปีชวด ))
วันอาทิตย์ - เหมาะที่จะแขวนพระที่มีเมตตาเป็นหลักอันได้แก่ พระปิดตา
พระสีวลี พระสังกัจจายน์ เป็นต้น จะผ่านไฟ หรือไม่ผ่านไฟ ไม่เป็นเรื่องจำกัด
วันจันทร์ - ควรแขวนพระทีคล้ายกับโฉลกงาน โฉลกนั้นเหมาะกับการทำงานที่มีความ
ชำนาญเฉพาะตัว เช่น พระที่มีเครื่องทรง พระที่มีลวดลาย ประกอบอย่างงดงาม
พระพรหมพระพิฆเณศวร เป็นต้น
วันอังคาร - ควรแขวน พระไสยาสน์ หรือปางสมาธิ จะเป็นเนื้อที่ผ่านไฟ
หรือไม่ผ่านก็ ได้ เพราะพระทั้งสองปาง หมายถึงความสงบระงับ จะแก้ความร้อน
จากใจลงไปได้พร้อมกับปาก เมื่อเกิดความพลุ่งพล่านทุกครั้ง
ให้เอามือกุมพระดังกล่าวไว้ จะเยือกเย็นลง
วันพุธ - เนื่องจากชีวิตมีแต่โรคภัย จึงเหมาะจะแขวนพระที่ทำจากต้นไม้ใบยา
พระเนื้อว่าน พระเนื้อขมิ้นเสก พระเนื้อไพลเสก หรือ พระที่มีส่วนผสมของว่านตัว
ยาต่างๆ จะถูกโฉลกและแก้กันโรคภัยให้หนักเป็นเบาได้ พระเนื้อผงผสมว่าน ก็ใช้ได้
เหมือนกัน บางคนแขวนหมอชีวกโกมารภัตร์ ก็ไม่ผิดกติกาอันใด
สำหรับวันพุธ (ไม่แยกกลางคืนกลางวัน)
วันพฤหัส - ควรแขวนพระที่มารับหน้าพระอังคารที่เป็นใจ คือ พระปางป่าเลไลย์
(วันพุธกลางคืน) พระราหูที่เป็นเนื้อผง หรือ โลหะ เพราะราหูกับพระอังคารเป็น
มหามิตรกัน จะรับหน้า ทำให้พระอังคารไม่อาจมาเบียดเบียนดวงชะตาได้
วันศุกร์ - ควรแขวนพระพิมพ์ ที่มี พระอัครสาวกอยู่ซ้าย และขวา เพราะจะเป็นโฉลกที่แก้กันดาวที่ควบคุมจิต และปากเอาไว้ เพราะพระพุทธองค์ และพระสาวก นั้นหมายถึงการปกครองผู้ใต้บังคับบัญชา ตามสายงาน อันโฉลกกับ คนที่เกิดวันนี้ จะแก้โฉลกให้ดีได้
วันเสาร์ - ให้แขวนพระปางห้ามสมุทรยกพระหัตถ์ (มือ) สองข้าง เพราะโฉลกของคนที่เกิดในวันนี้นั้นเสียที่ชอบออกรับแทนคนอื่น จึงต้องแขวนพระปางห้ามสมุทร
ซึ่งจะแก้เคล็ดแบะทำให้ยับยั้งชั่งใจได้