ยินดีต้อนรับเข้าสู่บอร์ดคนรักษ์พระ โดยหมออธิคมและเพื่อน -ศึกษา-ปรึกษา-ช่วยเหลือ-ปันน้ำใจสู่นักสะสมรุ่นเก่า-ใหม่ การพยากรณ์ด้วยโหราศาสตร์และแพทย์แผนไทย ด้วยน้ำใจที่เป็นมิตรภาพ สนใจ ติดต่อเราTel.0877665194และ036700884 หรือ athikhom9@Gmail.com และ athikhom999@hotmail.com


Thanks: ฝากรูป
Thanks: ฝากรูป อาศรม พรหมมาญาณ | สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง

Thanks: ฝากรูป

พระสมเด้จวัดระฆังห้องที่ 2 ที่เราเลือกสรรเป็นพิศษ
กลับไปหน้าแรก
เนื่องจากเมื่อเราลงพระ..ในห้องๆหนึ่งเมื่อมากเข้าทำให้ช้า ในเรื่องเนต จึงแยกส่วนออกมาเพื่อให้ท่านได้เข้าชมโดยง่ายดายขึ้น ไม่เสียเวลารอมากนัก พระที่แยกออกมาเป็นพระที่เราใช้บูชาและคัดสรร ที่คิดว่าดีที่สุดนะครับซึ่งเดิมก็อยู่ในห้องที่ ๑ แต่ก็อยู่กับการเลือกภาพให้คมชัดเท่าที่สมามรถทำได้ ชมพระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ทรงเจดีย์


โดย athikhom (ติดต่อ 0851944498) วันที่ 29 ธ.ค. 2553 : 4:43:22 PM น. IP : 125.26.37.247 แจ้งลบหัวข้อกระทู้
พบภาพ เนื้อหาไม่เหมาะสม กดแจ้งที่นี่  


ความคิดเห็นที่ 51

อธิบายได้ยอดเยี่ยมครับ..ท่านที่เข้ามาชมจะเห็นภาพ ประกอบคำธิบายได้จะแจ้ง..เรามีคนรู้หลายท่าน แต่เป็นแบบ คมในฝัก..เราต้องการให้เวปเราเป็นแหล่งความรู้จริง..เป็นเป้าหมายอันดับแรก..เชิญสมา ชิกมาร่วมกับเรา..แล้วท่านจะมีความสามารถและประสพผลสำเร็จ..มีพระสมเด็จมาครอบครองอย ่างแน่นอนครับ

  โดย อธิคม วันที่ 30 ม.ค. 2554 : 5:26:30 PM น. IP : 125.26.38.80

ความคิดเห็นที่ 52

เพื่อนสมาชิก..และท่านผู้เยี่ยมชมทั้งหลาย..เมื่อเราศึกษาพระแล้ว พอสมควรแก่ความรู้..และเราเก็บสะสมพระกัน ขอบอกว่าท่านต้องใจหนัก ๆ ไว้ ความที่ใจไม่หนัก เกิดความไม่แน่ใจในพระของตน..และทำให้พระดีมีคุณค่าหลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย.การที่ เราเอาพระให้คนที่เราคิดว่ารู้ดู หรือพิจารณา...ต้องคำนึงเสมอว่า..คนชอบพระนั้น(จะเรียกว่าเซียนก็ได้)..มีความรู้ไม่ เท่ากัน ปัญญาต่างกัน ธรรมมะในใจก็ต่างกัน ความโลภ ก็ต่างกัน  เรียกว่าเซียนนั้น มีตั้งแต่เกรด A ถึง Z   ทุกอย่าง ก็จะมีคนดีและคนชั่วเสมอ..หรือคนมีความเชื่อผิดๆ ไม่กว้างไกล..สิ่งที่ดีที่สุด คือศึกษา ด้วยตนเอง เก็บข้อมูลแล้วหาข้อยุติ..อันดับแรกคืออย่าศึกษาผิดทาง ที่ เวปนี้ให้ความรู้ครับ ไม่มีความจำเป็นจะมาทำอะไรให้เสียแนวทาง เรารวมตัวกันสำหรับคนที่รักษ์พระ และแบ่งปันกันเป็นอันดับรองลงมา การเผยแพร่พระขององค์สมเด็จฯท่านด้วยความบริสุทธ์ ตามที่ได้ตั้งสัจจะอธิฐานไว้ ครับ..อธิคม

  โดย อธิคม วันที่ 30 ม.ค. 2554 : 5:58:03 PM น. IP : 125.26.38.80

ความคิดเห็นที่ 53

ครับคุณ sitcy 8iy[ ผมมี 2 องคืลองชมด้านข้าง



  โดย athikhom วันที่ 31 ม.ค. 2554 : 8:34:29 PM น. IP : 113.53.89.229

ความคิดเห็นที่ 54
ด้านหลังครับ..

  โดย athikhom วันที่ 31 ม.ค. 2554 : 8:40:15 PM น. IP : 113.53.89.229

ความคิดเห็นที่ 55
เป็นพิมพ์เดียวกันครับ พิมพ์พระประธาน เกศทะลุซุ้ม...ที่ไม่ทะลุซุ้มก้มีครับอีกหลายองค์

  โดย athikhom วันที่ 31 ม.ค. 2554 : 8:44:39 PM น. IP : 113.53.89.229

ความคิดเห็นที่ 56
ชมด้านหลัง อง๕ที่ท่าน sitcy วิจารณ์ เราต้องการให้เห็นหลากหลายมุมครับ

  โดย athikhom วันที่ 31 ม.ค. 2554 : 8:57:25 PM น. IP : 113.53.89.229

ความคิดเห็นที่ 57

คือองค์นี้ครับ....สีอาจต่างกันได้เล็กน้อย



  โดย athikhom วันที่ 31 ม.ค. 2554 : 9:06:44 PM น. IP : 113.53.89.229

ความคิดเห็นที่ 58
ในที่สุดก็เป็นไปตามที่ผมคาดการณ์เอาไว้ทีเดียว ก่อนอี่นต้องขอบพระคุณคุณหมออย่างมากที่กรุณาโพสภาพด้านข้างและด้านหลังให้ผมได้ชม เป็นระยะเวลานานทีเดียว(นานมากๆ)ที่ผมไม่มีโอกาศได้เห็นสมเด็จของเจ้าพระคุณท่านที่ค รบทุกกระบวนการทางธรรมชาติและความสวยงามขนาดนี้นี่เป็นครั้งที่สองของชีวิตเลยที่เดี บวที่มีวาสนาได้ยลโฉมสมเด็จเจ้าพระคุณท่านนับระยะเวลาร่วม40ปีของกระผม นี่ฃิ่ ที่เรียกว่าแท้ตาเปล่า ครบทั้งทฎษฏีครบทั้งปฎิบัติ ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งที่คุณหมอ ได้ครอบครอง เพราะท่านเจ้าพระคุณ กล่าวว่า คนที่จะได้ครอบครองพระสมเด็จนั้นต้องเป็นบุคคลที่มีบารมีและเมตตาบารมีและวาสนาบารมี อยู่ในศิลและธรรมและต้องมีความผูกพันเกี่ยวกับพระสมเด็จในอดีตชาติ บางคนเสาะแสวงหาจนชั่วชีวิตก็ไม่เจอสมเด็จแท้ๆของเจ้าพระคุณม่านสักองค์ กล่าวได้คำเดียวนับถือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

  โดย sitcy วันที่ 01 ก.พ. 2554 : 4:24:59 PM น. IP : 223.204.219.64

ความคิดเห็นที่ 59
เมื่อเราได้รับพระสมเด็จ มาให้ศึกษา สิ่งแรก ที่ต้อง ศึกษา ก็คือ การยึดหลัก 4 ย 1. ยแรก คุณสมบัติเบื้องต้นต้องมี เนื้อยุบ ให้เห็น การยุบตัว ของเนื้อพระสมเด็จ อาจจะเป็น เพราะ เมื่ออายุนาน100 กว่าปี สารอินทรีย์ ที่ผสมอยู่ในเนื้อพระมีการสลายตามธรรมชาติ ย่อมมีการยุบตัวลงไปเนื้อพระ หรือ มี ก้อนผงพุทธคุณ มีการหดตัวเล็กลง ก็เกิดการ ยุบตัวได้เหมือนกัน 2. ย สอง ลักษณะของผิวพระ ให้เห็นการปริแยก ชัดเจน แบบธรรมชาติ ส่วนใหญ่ รอยปริแยก จะมีให้เห็น บริเวณด้านหลัง พระ ยิ่งใกล้ บริเวณ ขอบของพระสมเด็จ บริเวณเส้นซุ้ม หรือ ตาม วงแขน หรือด้านหน้า ตาม ขอบของพระสมเด็จ 3. ย สาม พื้นผิวพรสมเด็จ มี ลักษณะเป็นรอยย่น แบบหนังไก่ หรือ ฟูๆๆ ผิวลักษณะนี้ จะมีการเกิดปฎิกิริยาตามธรรมชาติ เนื้อพระสมเด็จ ค่อนข้างละเอียด และ เปียกขณะสร้าง และ มีการหดตัว และ แห้งไม่สม่ำเสมอ บางองค์ จะมีลักษณะ รอยย่นฟูมาก จนทำให้ รูปร่างขององค์พระเลือนไป พระเก๊ ถือว่า ทำได้ยากนะครับ ซึ่งถือเป็นการดู จุดตาย ของพระสมเด็จ สูตรวัดระฆังทีเดียว ส่วนที่เรียกว่า รอยย่นสังขยานั้น อาจพบ พระสมเด็จบางองค์ ที่ด้านหลัง เมื่อดูแว่นขยาย แล้ว จะเหมือน พื้นผิวขนมสังขยา ลักษณะเกิดจาก ผิวเปียก ในขณะพิมพ์ อันเป็นเหตุให้ความแน่นของผิว ขาดความสม่ำเสมอ ในส่วนผสมของมวลสาร เมื่อแห้ง จึงยุบหดตัวไม่เท่ากัน ริ้วคลื่น จึงปรากฎคล้ายสังขยา 4. ย ที่4 พระสมเด็จวัดระฆัง ทุกองค์ ต้องมี ริ้วรอยขยุกขยิก ไม่ว่า เส้นสายต่างๆๆ ที่ประกอบกันเป็นองค์พระ ตลอดทั้งแนวเส้น จะไม่เป็นเส้นคมชัดสวยงาม จะต้องมีริ้วรอยธรรมชาติ ที่เป็นริ้วรอย ขยุกขยิก เส้นต่างๆๆเหล่านี้ ไม่ว่า เส้นซุ้ม พระเกศ วงแขนทั้ง2 ข้าง พระเพลา ตลอดจนเส้นบังคับพิมพ์
  โดย sitcy วันที่ 01 ก.พ. 2554 : 4:28:59 PM น. IP : 223.204.219.64

ความคิดเห็นที่ 60
เมื่อเราได้รับพระสมเด็จ มาให้ศึกษา สิ่งแรก ที่ต้อง ศึกษา ก็คือ การยึดหลัก 4 ย 1. ยแรก คุณสมบัติเบื้องต้นต้องมี เนื้อยุบ ให้เห็น การยุบตัว ของเนื้อพระสมเด็จ อาจจะเป็น เพราะ เมื่ออายุนาน100 กว่าปี สารอินทรีย์ ที่ผสมอยู่ในเนื้อพระมีการสลายตามธรรมชาติ ย่อมมีการยุบตัวลงไปเนื้อพระ หรือ มี ก้อนผงพุทธคุณ มีการหดตัวเล็กลง ก็เกิดการ ยุบตัวได้เหมือนกัน

  โดย sitcy วันที่ 01 ก.พ. 2554 : 4:47:07 PM น. IP : 223.204.219.64

ความคิดเห็นที่ 61
2. ย สอง ลักษณะของผิวพระ ให้เห็นการปริแยก ชัดเจน แบบธรรมชาติ ส่วนใหญ่ รอยปริแยก จะมีให้เห็น บริเวณด้านหลัง พระ ยิ่งใกล้ บริเวณ ขอบของพระสมเด็จ บริเวณเส้นซุ้ม หรือ ตาม วงแขน หรือด้านหน้า ตาม ขอบของพระสมเด็จ

  โดย sitcy วันที่ 01 ก.พ. 2554 : 4:48:31 PM น. IP : 223.204.219.64

ความคิดเห็นที่ 62
3. ย สาม พื้นผิวพรสมเด็จ มี ลักษณะเป็นรอยย่น แบบหนังไก่ หรือ ฟูๆๆ ผิวลักษณะนี้ จะมีการเกิดปฎิกิริยาตามธรรมชาติ เนื้อพระสมเด็จ ค่อนข้างละเอียด และ เปียกขณะสร้าง และ มีการหดตัว และ แห้งไม่สม่ำเสมอ บางองค์ จะมีลักษณะ รอยย่นฟูมาก จนทำให้ รูปร่างขององค์พระเลือนไป พระเก๊ ถือว่า ทำได้ยากนะครับ ซึ่งถือเป็นการดู จุดตาย ของพระสมเด็จ สูตรวัดระฆังทีเดียว ________________จุดตายเลยทีเดียว-----ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ---

  โดย sitcy วันที่ 01 ก.พ. 2554 : 4:51:40 PM น. IP : 223.204.219.64

ความคิดเห็นที่ 63
4. ย ที่4 พระสมเด็จวัดระฆัง ทุกองค์ ต้องมี ริ้วรอยขยุกขยิก ไม่ว่า เส้นสายต่างๆๆ ที่ประกอบกันเป็นองค์พระ ตลอดทั้งแนวเส้น จะไม่เป็นเส้นคมชัดสวยงาม จะต้องมีริ้วรอยธรรมชาติ ที่เป็นริ้วรอย ขยุกขยิก เส้นต่างๆๆเหล่านี้ ไม่ว่า เส้นซุ้ม พระเกศ วงแขนทั้ง2 ข้าง พระเพลา ตลอดจนเส้นบังคับพิมพ์ สำหรับตอนนี้เพื่อนสมาชิกคงทราบว่าขยุกขยิกเหมือนเส้นขนมจีนเป็นอย่างไร นี่แค่การพิจารนาด้านหลังและธรรมชาดิเท่านั้นปริศนาในพระสมเด็จเปรียบเสมือนลายแทงที ่ต้องค้นคว้าและเสาะแสวงหาของผู้ศรัทธาฉนั้นนี่กระมังที่เขาเรียกว่ามนต์เสน่ห์ของสม เด็จวัดระฆังที่ของปลอมไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ครับ ถือว่าองค์ครูจริงๆๆครับผมขอขนานนามว่า องค์"เอกคัตตา"แปลว่าเป็นหนึ่งครับ

  โดย sitcy วันที่ 01 ก.พ. 2554 : 5:13:32 PM น. IP : 223.204.219.64

ความคิดเห็นที่ 64
โอกาศหน้าจะดูเรื่อง 4 ห ครับ
  โดย sitcy วันที่ 01 ก.พ. 2554 : 5:18:52 PM น. IP : 223.204.219.64

ความคิดเห็นที่ 65

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ ทรงใหญ่พระประธาน อกวีเกศทะลุซุ้ม....ลองมาชมและวิจารย์กันว่าเข้าเค้าไหมครับ



  โดย athikhom วันที่ 02 ก.พ. 2554 : 8:48:17 PM น. IP : 113.53.89.57

ความคิดเห็นที่ 66
ชมด้านข้าง...

  โดย athikhom วันที่ 02 ก.พ. 2554 : 8:52:11 PM น. IP : 113.53.89.57

ความคิดเห็นที่ 67
มองหลังก็รุ้..ว่าอย่างไร...

  โดย athikhom วันที่ 02 ก.พ. 2554 : 8:55:49 PM น. IP : 113.53.89.57

ความคิดเห็นที่ 68
ขอเชิญสมาชิกทุกท่านพิจารณาอีกองค์ไม่สวยแต่แน่นในพุทธคุณ

  โดย sitcy วันที่ 03 ก.พ. 2554 : 6:55:06 PM น. IP : 223.205.76.230

ความคิดเห็นที่ 69
ด้านหลัง ปริศนาที่ต้องการคำตอบ

  โดย sitcy วันที่ 03 ก.พ. 2554 : 6:58:30 PM น. IP : 223.205.76.230

ความคิดเห็นที่ 70
"มนต์เสน่ห์แห่งความฃึ้ง"

  โดย sitcy วันที่ 03 ก.พ. 2554 : 8:10:14 PM น. IP : 223.205.76.230

ความคิดเห็นที่ 72


ครับ เวลาท่านอยู่ในกรอบสวยๆ..แล้วน่าขึ้นคอไหมครับ




  โดย athikhom วันที่ 09 ก.พ. 2554 : 12:30:00 AM น. IP : 118.174.88.202

ความคิดเห็นที่ 73

เรื่องพระสมเด็จวัดระฆัง..ท่านทั้งหลายจะเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ..จริงๆผมเองมีเจตนา ที่จะให้ชาวพุทธ-เยาวชน-คนรักษ์พระของเรา มีพระสมเด็จที่เราดูและศึกษาว่าดีแบบนั้นแบบนี้ เพื่อท่านจะได้สะสมได้ถูกต้องและเป็นที่พึ่งบ้างไม่มากก็น้อย เวปนี้จึงเกิดขึ้นมา เมื่อครั้งสมเด็จท่านสร้าง..มิได้จำหน่ายเป็นราคาค่างวดแต่ประการใด..เราเองก็จะยึดห ลักแบบนั้นครับ ส่วนการจะแลกเปลี่ยนเช่าหาก็คงเป็นไปตามยุคบ้าง เพราะยุคนี้เราต้องกินต้องใช้ เสียค่าไฟค่าน้ำ..ค่าครองชีพมันสูง  ที่ผมบ่นนี่ผมอยู่บ้านนอกนะครับ..ขนาดปลูกผักรับประทานเอง..ยังหน้ามืดเลย..แล้วท่าน ที่อยู่ในเมือง ในกรุงเล่า ข้าวแกงจานละเท่าไร...กำลังนี้ผมกำลังคิดแบบการอยู่แบบคนโบราณ..ดังน๊...1. นำข้าวเปลือกไปสีเป็นข้าวสารให้พอกินได้ครบ 1 ปีในแต่ละครั้ง 2. ขายข้าวที่เหลือแล้วซื้อ หอม กระเทียม.อาหารแห้ง ปลาร้า น้ำปลา ของแห้งอันจำเป็นในรอบ 1 ปี 3.ปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อรับทานและขายบ้างเพื่อค่าน้ำค่าไฟ 4.หยุดการเดินทางโดยไม่จำเป็นเปลืองค่าน้ำมันอาจไปซื้อเครื่องอุปโภคเดือนละ 1 ครั้ง  5.หยุดฟุ้งเฟ้อสินค่าที่ไม่จำเป็นต่อครอบครัว...555 ที่ผมพูดนี่พูดแบบคนไม่มีเงินเดือนนะครับ...ถ้าถึงเวลาอาจต้องกลับไปจุดตะเกียงน้ำมั นปลา.....แต่นี่คือคนยุคโบราณเขาทำกันมาจริงๆครับ

  โดย athikhom วันที่ 14 มี.ค. 2554 : 8:24:58 PM น. IP : 125.26.43.246

ความคิดเห็นที่ 74
เราจึงกล้าพูดได้เต็มปากว่าเราอยู่ได้..ภายใต้เศรษฐกิจเช่นนี้...เพราะตอนเด็กๆ เราก็เป็นอย่างนี้มาก่อน เราอยู่ในครอบครัวแบบนี้ เราเป็นเด็กวัด..เมื่อเราตระเตรียมอาหารดังที่ผมกล่าวมาแล้ว..ชนแถวภาคกลางนี่โชคดีน ะ ในน้ำมีปลาในนามีข้าว..ก็หาปลาซิครับ ปลายังชุมมิขาด..ทั้งท้องนาและแม่น้ำลำคลอง  แล้วถามว่าค่าใช่จ่าย..จะลดเหลือน้อยไหม..แฮะๆๆ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ความคิดและแนวทาง
  โดย athikhom วันที่ 14 มี.ค. 2554 : 8:40:31 PM น. IP : 125.26.43.246

ความคิดเห็นที่ 75
ท่านลองย้อนเจาะเวลาหาอดีต..ดูว่าคนยุค สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา หรือต้นกรุงรัตนโกสินทร์..ว่าคนไทยในสมัยนั้นดำรงชีพแบบใด...ข้าวเปลือกใช้วิธีตำแล้ วฝัดเป็นข้าวสาร  ไม่มีไฟฟ้า ต้องตักน้ำจากแหล่งน้ำมาใช้..ไม่มีโทรทัศน์ พัดลม เนต และวิทยุหนังสือพิมพ์ มีแต่เข้าวัดแสวงหาธรรมะ..ไม่มีทะเลาะเบาะแว้งเรื่องที่ด ิน เขาอยู่กันอย่างพ่อลูก พ่อหลวง  พ่อขุน..เขาไม่มีปริญญาตรี-โท-เอก..เขารู้อย่างเดียวใครดีเป็นที่เคารพเขานับถือ..ทั ้งฤาษี พราหมณา สมณะ และนักปราชญ์..และพวกเขาเหล่านั้นคือบรรพบุรุษของคนไทยที่ใช้เลือดทาแผ่นดินนี้ไว้..
  โดย athikhom วันที่ 14 มี.ค. 2554 : 9:12:32 PM น. IP : 125.26.43.246

ความคิดเห็นที่ 76

ที่ผมกล่าวมานี่ก็เหมือนถอยหลังเข้าคลอง..เพราะถ้าว่ากันไปคนสมัยนี้ คนจะหุงข้าวแบบไฟธรรมชาติ ใช้ถ่านใช้ฟืนกันเป็นหรือเปล่า..ถ้าเกิดเราไม่มีไฟฟ้าใช้ขึ้นมาละแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ..ทุกสิ่งทุกอย่างก้ต้องกลับมาความเป้นตัวตนของธรรมชาติอยู่ดีแหละครับ..เราจึงต้องร ักธรรมชาติ การทำลายธรรมชาติ ตัดไม้ทำลายป่า การขุด เจาะทำลาย หาแหล่งแร่ แหล่งน้ำมัน ระเบิดหิน ล้วนเป็นการทำลายโลก เปรียบมนุษย์เป็นดุจเชื้อโรค..ที่แพร่กระจายดุจมดปลวก ที่ระเบิดหิน ถลุงแร่เหล็กมาสร้างอาคาร เกะกะระฟ้า   โลกที่มนุษย์อาศัยอยู่จึงอยู่ในสถานะป่วย..เกิดอาการตัวร้อน ผิวหนัง(ผิวโลก)อักเสบ ความร้อนภายในปะทุขึ้น...เกิดระเบิดภายในกลายเป็นแผ่นดินไหว-สึนามิ...เราต้องเข่าใจ ให้ได้ว่า โลกก็เป็นสิ่งมีชีวิตซะก่อนครับ เมื่อโลกป่วย..โลกก็ต้องรักษาตัวเอง..วิธิรักษาก็เหมือนมนุษย์แหละครับ...คือต้อง ถ่ายท้อง-กินยา-ฉีดยาปฎิชีวนะ แปลว่า ฆ่าเชื้อโรคคือฆ่ามนุษย์นั่นเอง..ที่ผมกล่าวมา หลายท่านอาจเข้าใจว่าผมน่าจะเพี้ยนไปแล้วก็ได้...555 เอาไปคิดกันนานๆครับ

  โดย athikhom วันที่ 21 มี.ค. 2554 : 10:10:17 AM น. IP : 113.53.88.15

ความคิดเห็นที่ 77
นักปฏิบัติธรรมขั้นสูงๆไม่ว่าในประเทศไทย..หรือต่างชาติเขารู้ครับ..ว่าจะต้องเกิดอะ มิอะไร..อีกเยอะ..จะเห็นว่ามีใบสั่ง..พระสมเด็จวัดระฆังจากต่างชาติไม่ว่าไต้หวัน อ่องกง สิงคโปร อินโดนีเซีย ฯลฯ..มีนายหน้าเป็นชาวต่างชาติเขาศีกษากันอย่างจริงจัง..ก็เพราะเมืองไทยเรามีสิ่งศั กิ์สิทธิ์ที่สำคัญ..หลายคนเป็นห่วงว่าต่างชาติจะครอบครองไปเสียหมด..อีกประการหนึ่งก ารเคลื่อนไหวออกจากที่ลับ..ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คือพระสมเด็จฯเป็นที่น่าสังเกตุว่า พระที่เคยเก็บแบบปกปิดจะด้วยกรณีใดๆก้ตามเริ่มแพร่กระจายออกสู่สาธารณะชนในปีที่ผ่าน มา..และปีนี้อย่างแปลกประหลาด..พระเกือบทั้งหมดในเวปนี้..ก็เป็นลักษณะเช่นนั้น..เมื ่อปี 2552..ผมมีพระยังไม่ถึง 10 องค์เลยครับ..และปฎิทินของชาวเมายันที่ไม่เคยพลาดเขามาสิ้นสุดที่ 21 ธันวาคม 2555(1012)..ดาวนิบิรุ..มีแสงในตัวเอง..กำลังเคลื่อนเข้ามาสู่ในระบบสุริยะจักรวาล&n bsp; และการกลับขั้วสนามแม่เหล็กโลก..ล้วนมีเหตุเข้ามาเกิดในระยะนี้ตรงกันหลายประการ...เ ราจึงต้องตั้งอยู่ในความไม่ประมาทครับ
  โดย athikhom วันที่ 21 มี.ค. 2554 : 10:54:17 AM น. IP : 113.53.88.15

ความคิดเห็นที่ 78

แผนที่ เส้นทางบ้าน อธิคม...



  โดย athikhom วันที่ 27 ก.ค. 2554 : 5:37:35 PM น. IP : 125.26.39.25

ความคิดเห็นที่ 80

ในการศึกษา..สะสม หรือนิยมพระนี่แนวทางของพระเครื่องเราต้องเข้าใจเสียก่อนนะครับว่ามี 2-3 แบบ คือ 1 พระกรุ 2 พระเกจิ 3 พระเกจิที่บรรจุกรุ...และแต่ละอย่างที่ผมว่ามาก็ยังมีแยกออกไปอีก..พระกรุแบบ-รู้ที่ มา-ไม่รู้ที่มา-ไม้รู้ผู้สร้าง  ส่วนพระเกจิก็-พระเกจิโบราณ-พระเกจิก่อน พ.ศ.2500-หลัง2500-พระเกจิแบบปลุกเสกเดี่ยว-แบบพิธีใหญ่(มหาพุทธาภิเษก)..พระเกจิที่ บรรจุกรุเช่น สมเด็จบางขุนพรหมเป็นต้น...ก็แล้วแต่นักนิยมพระเครื่องว่าจะชอบกันแบบไหน..แต่ละอย่า งก็ล้วนมีข้อดีข้อเสียทั้งนั้นแหละครับ..หลายคนก็ไม่ชอบพระกรุ-กลัวพระยัดกรุ อุปโลก-ว่าขุดได้-เกรดถนน สารพัด...ยิ่งค่านิยมของคนโบราณ คือการสร้างพระใส่เจดีย์..ไม่ว่าเจดีย์ของใคร ในว่าได้บุญในการสร้างพระไว้สืบศาสนา..แต่พระนั้นหาได้ปลุกเสกไม่ ใส่เจดีย์ไว้ให้เพยดาฟ้าดินปลุกเสก..หลายท่านก็ไม่ค่อยชอบพระกรุ-หันมาชอบพระเกจิที่ เลื่อมใสในพลวงพ่อผู้สร้างเช่น หลวงพ่อเดิม หลวงพ่อพรหม เป็นต้น เรียกว่าพระเกจิยุคก่อน2500ส่วนใหญ่หลวงพ่อสมัยนั้นท่านก็สร้างวัด สร้างโบสถ์ ในบวรพระพุทธศาสนา บางที่ท่านก็ให้ฟรีแก่สาธุชนที่เกื้อกูลพระศาสนา..มายุคปัจจุบัน..ดูเป็นธุรกิจไปซะห มด หลวงพ่อผุ้ปลุกเสกนั้นส่วนใหญ่ท่านก็มีอายุแล้วและท่านก็เป็นพระสมัยก่อนๆ..ท่านดีแห ละครับดูมีมนต์ขลังจริงๆ..แต่พวกเสือ สิงห์ กระทิงเปลี่ยวดูเยอะเหลือเกิน พวกกักตุนไว้หวังผลกำไร พวกที่ปั้มขึ้นมาใหม่เหมือนของเดิมเป๊ะ..พวกเราเรานักนิยมพระครับ เราคุยมานี่มิได้ไปขัดไปขวางใคร เพียงเตือนใจนักสะสมเพื่อนๆ น้องๆ พี่ๆเวปของเรา..เราชอบแบบไหน..ศึกษากันให้ตลอด..รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งก็ชนะทั้งร้อยครับ

  โดย athikhom วันที่ 09 ก.ย. 2554 : 11:31:24 PM น. IP : 180.180.14.111

ความคิดเห็นที่ 88
พระสมเด็จวัดระฆัง..เราก็ได้บอกเสมอว่า ท่านทำตามวัสดุที่ท่านจะมี บางทีเป็นน้ำอ้อย.น้ำผึ้ง น้ำมันตังอิ๊ว เป็นตัวประสาน ฉะนั้นสีก็อาจขาว-ขาวหม่น ขาวอมเหลือง.แก่อ่อนแบบในตัวอย่างข้างบนนี้..การที่หลายคนมาพูดว่าพระแบบนี้เป็น เนื้อโกเด..อันนี้เราไม่เห็นด้วยครับ..เพราะจะโกเด โกฮับ ในว่าคนจีนแถวรังสิตสมัยก่อน  โกเด ไม่ได้สร้างพระสมเด็จ..ท่านสมเด็จโตเป็นคนสร้าง..แต่กลับไปเรียกสมเด็จวัดระฆังว่าเน ื้อโกเด..จริงๆแล้วตามสันนิษฐาน จะเป็นโกเด หรือองค์กวนอู นั้นก็คือการเก็บพระใส่ไว้ในห่อผ้าสีแดง ถูกเหงื่อ ถูกความชื้นแล้วสีผ้าแดงตกใส่..ทำให้พระสีออกแดง..โกเด จึงมีพระสีประหลาดกว่าเขา..ส่วนพระที่ผมลงดัวอย่างมานี่..สีเป็นธรรมชาติครับ..ท่านเ คยเห็นกระดาษหนังสือ..โบราณไหม..เมื่อพิมพ์ใหม่ก็ขาว..ถ้าเป็น 100 ปี สีก็ออกเหลืองและอาจน้ำตาลอ่อนๆได้..ทั้งนี้ก็เกิดจากองค์พระ..และสารประสานยึดเกาะ. .ทำปฎิกิริยาเผาไหม้กับอ๊อกซิเจน..ตามกาลเวลาอายุของความเก่านั่นเอง..นี่ก็เป็นความ แตกต่างระหว่างพระใหม่กับพระเก่า..เราต้องแยกให้ออกว่าอะไรคืออะไร  ผมนะรู้ดีว่าวงการพระสมเด็จวัดระฆังที่เล่นหากันนะมีหลายฝ่าย..บางวงการก็เล่นหาพระส มเด็จกันไม่กี่พิมพ์..เช่นพระสมเด็จพิมพ์ฐานเขี้ยวฟันหนู..เขาถือว่าไม่ใช่ไม่เล่น.. และก็เนื้อที่ว่าโกเดออกแดงก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่เข่าว่าไม่ดี ไม่ใช่..ฉะนั้นจึงต้องแยกให้ออกนะครับว่าอย่างใดโกเด ไม่โกเด..ต้องไม่มั่ว จริงๆแล้วข้อสำคัญอยู่ที่มวลสาร-แบบพิมพ์..ความเก่าอายุของพระ ศิลปะทรวดทรง..การส่องพระให้ได้เห็นมวลสารถือว่าสำคัญครับ..เราอยู่ในแนวของเราที่ว่ าเป็นพระของสมเด็จเป็นใช้ได้..หลายท่านหลงทาง ที่ผมรู้มา และมีลูกศิษย์ลูกหา ที่ทำมาหากินเรื่องพระสมเด็จในวงการบอกผมมาว่า..สีนี้แหละครับอาจารย์ที่ผมเปิดมาหลา ยองค์แล้ว..ใช่เลยครับ
  โดย athikhom วันที่ 14 ก.ย. 2554 : 10:20:37 AM น. IP : 125.26.37.109

ความคิดเห็นที่ 89

ชมพระสมเด็จ..ที่ว่ารุ่นสุดท้ายของแบบพิมพ์ของหลวงวิจารย์เจียรนัย..ที่ว่า หลวงปู่ ท่านมีพรรษา 85 พรรษาแล้วสร้าง 85 องค์..เป็นแบบพิมพ์สามชิ้น หน้า-หลัง-ข้าง..เป็นพระพิมพ์ใหญ่ เกศทะลุซุ้ม งดงามมากครับ ..มวลสารสวยงาม..เรียกว่า จุดแดง จุดเขียว มีครบ



  โดย athikhom วันที่ 16 ก.ย. 2554 : 2:53:09 PM น. IP : 125.26.37.252

ความคิดเห็นที่ 90
ชมด้านหลัง...ถามว่าของปลอมมีไหม ตอบว่ามีครับ..แต่มวลสาร..ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ

  โดย athikhom วันที่ 16 ก.ย. 2554 : 2:56:24 PM น. IP : 125.26.37.252

ความคิดเห็นที่ 93
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ทรงใหญ่..องค์นี้รูปทรงงามแบบผู้ยิ่งใหญ่ บึกบึนเนื้อจัด เห็นมวลสารสบายตา แบบแรมโบ้ ที่ประวัติที่มาก็ไม่ได้ใข้เลยเจ้าของเป็นนักสะสมที่ไม่สนใจเรียกว่าคนรักพระจริงๆ..เห็นเป็นพระแกเก็บหมด มาช่วงนี้แกอายุ 85 แล้วออดๆแอดๆ..ผมเห็นปับสะดุดหัวใจเลยตัดสินใจเอามา..ถ่ายรูปไม่ค่อยดีครับ ตัวตนสวยกว่าในรูปเยอะ..องค์นี้ถ่ายไปถ่ายมากล้องเสียไปเลย..เรื่องมวลสาร พิมพ์ทรงหายห่วงครับ..ว่ากันที่จริงองค์นี่ไม่น่าจะจำพรรษากับคนแก่เฝ้าสวนอย่างผมหรอก..ก็รอผู้มีบุญอยู่..ผู้มีบุญคือใครเราไม่รู้..แต่ผมรู้ว่าอยู่กับผมไม่นาน...

  โดย athikhom วันที่ 16 ก.ย. 2554 : 4:04:56 PM น. IP : 125.26.34.193

ความคิดเห็นที่ 94

พระสมเด็จวัดระฆัง..พิมพ์สังฆาฏิ..ที่ถือว่าเป็นตัวอย่างและหาชมได้ยากมาก ที่เห็นสังฆาฏิ ยาวมาจรดพระนาภี แบบสิงห์สาม..ที่เราเคยเห็นเป็นแบบองค์ปฐม มีสังฆาฏิคล้ายเขี้ยวงู..



  โดย athikhom วันที่ 16 ก.ย. 2554 : 4:11:51 PM น. IP : 125.26.34.193

ความคิดเห็นที่ 95
ด้านหลัง..

  โดย athikhom วันที่ 16 ก.ย. 2554 : 4:13:59 PM น. IP : 125.26.34.193

ความคิดเห็นที่ 96
พระสมเด็จวัดระพิมพ์ทรงจีวร-สังฆาฏิ..เกศทะลุซุ้มพระประธาน

  โดย athikhom วันที่ 16 ก.ย. 2554 : 4:21:39 PM น. IP : 125.26.34.193

ความคิดเห็นที่ 97
สวัสดีครับท่านอาจารย์หมอ และสมาชิกทุกท่าน ผมสมาชิกใหม่ขอรายงานตัวกับทุกท่าน ผมมีสมเด็จพิมพ์เจดีย์อยุ่ 1 องค์ อยากรบกวนท่านอาจารย์หมอและท่านสมาชิกช่วยดูให้หน่อยครับ ถึงยุคหรือเปล่า

  โดย wor วันที่ 23 ต.ค. 2555 : 8:30:13 PM น. IP : 58.9.46.207

ความคิดเห็นที่ 98
ด้านหลังครับ

  โดย wor วันที่ 23 ต.ค. 2555 : 8:31:14 PM น. IP : 58.9.46.207

หน้าที่ 1 2

 

เชิญเพื่อนสมาชิกช่วยเหลือถามหรือตอบและวิจารณ์กันเลยครับ
Thanks: ฝากรูป <
Thanks: ฝากรูป>
แสดงความคิดเห็น
จาก
E-mail
รูปภาพประกอบ
คุณไม่ใช่สมาชิก ไม่สามารถแนบไฟล์ได้ สมัครสมาชิก | ล็อกอินเข้าระบบ
รูปภาพ (.jpg,.jpeg,.gif,.png) ขนาดไม่เกิน 300 Kb อื่นๆ (.pdf) ขนาดไม่เกิน 200 Kb
รายละเอียด
Security Code หากคุณเปิดกระทู้หลายหน้า ควรคลิก "ต้องการรูปภาพอื่น" อีกครั้ง
ต้องการรูปภาพอื่น
 


Thanks: Ro ฝากรูป
Thanks: ฝากรูป